​เตรียมตัวรับแรงกระแทก

img

ปกติ ก็ไม่เคย “วิพากษ์-วิจารณ์” การทำงานของ “พาณิชย์” มีแต่ “ให้กำลังใจ” เพื่อให้เดินหน้า “ภารกิจ” ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบรรลุผลสำเร็จ
         
แต่วันนี้ ขออนุญาตซักวัน อดใจไม่ไหวจริง ๆ
         
ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ไม่เคยเห็น “พาณิชย์” ออกมาบอกประชาชนว่า จะเกิดอะไรขึ้น มีแต่ “แก้ต่าง” กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไปวัน ๆ
         
“นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ก็นิ่งเงียบ ใช้วิธี “สื่อสารทางเดียว” บอกแต่สิ่งที่อยากจะบอก ด้วยการแจกข่าว แต่ “ปิดโอกาส” ให้สื่อซักถาม
         
ยิ่งในสถานการณ์ “วิกฤต” กลับยิ่งเงียบ บางครั้งถึงขั้น “หลบหน้า-หลบตา”
         
ทางด้านผู้กำกับดูแล “ตัวจริง-เสียงจริง” อย่าง “กรมการค้าภายใน” ก็ไม่เชิงรุก ทำงานตามหลังข่าว มี “คนบ่น” ของแพงตรงไหน ก็ตามแก้ข่าวกันไปเป็นเรื่อง ๆ  
         
หรือถ้าที่ผ่านมา ทำงานเชิงรุกแล้ว แต่ทำงานแบบเงียบ ๆ “ไม่บอก-ไม่กล่าว” อันนี้ถือเป็น “วิกฤตการสื่อสาร” เพราะตอนนี้ เป็น “วิกฤตระดับชาติ” จะทำงานแบบว่าเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้น “ตามฤดูกาล” ไม่ได้
         
ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออก ลองอ่านตามดู
         
ทันทีที่ “สงคราม” เกิดขึ้น และรัฐบาลตรึงดีเซลไว้ที่ลิตรละ 30 บาท นาน 15 วัน จากนั้นขยับเพดานไปอยู่ที่ 33 บาท และลอยตัวจนวันนี้ 50 บาท
         
ผู้ผลิตเริ่มส่งสัญญาณถึง “ห้าง-ร้านค้า” ทันที ขอให้รีบซื้อสินค้า เพราะต้นทุนเดิมกำลังจะหมดลง และตั้งแต่เดือน เม.ย.2569 จำเป็นจะต้องปรับขึ้นราคา
         
“พาณิชย์” ใช้วิธีเรียกผู้ผลิต-ห้างมาคุย บอกว่า ทุกรายยืนยัน ของ “ไม่ขาด-ไม่แพง” ซึ่งก็ถูกต้อง เพราะยังเป็นสต็อกเก่า มันขึ้นไม่ได้อยู่แล้ว เว้นแต่มีการฉวยโอกาส
         
แต่พาณิชย์ไม่พูดต่อว่า เมื่อถึงเดือน เม.ย.2569 ซึ่งก็คือเดือนนี้ จะเกิดอะไรขึ้น
         


ปล่อยให้เป็นเวทีของ “ผู้ผลิต” เวทีของ “สมาคมผู้ค้าปลีกไทย” และเวทีของภาคเอกชน ที่ออกสื่อเป็นระยะ ๆ ว่า สินค้ากำลังจะขึ้นราคา
         
ประชาชน “ถูกปล่อย” ให้รับรู้ “ชะตากรรม” วิกฤต “สินค้าแพง” ด้วยตนเอง
         
ระหว่างนี้ มีการลดกระแสข่าว “ของแพง” ด้วยมาตรการลดค่าครองชีพ ส่งโครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่ผนึกกำลังกับห้างค้าส่งค้าปลีก ซัปพลายเออร์ ห้างท้องถิ่น ลดราคาสินค้า “เฮ้าส์แบรนด์-แบรนด์รอง” ลง 25-58% ดีเดย์คิกออฟไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา
         
สินค้า “ไทยช่วยไทย” แบ่งสินค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และ 2.สินค้าบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำตาล ซอสปรุงรส น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง
เป้าหมายโครงการนี้ จะมีจำหน่ายประมาณ 2 เดือน ถึงสิ้นเดือน พ.ค.2569

ถือเป็น “ทางเลือก” สำหรับประชาชนที่มีสินค้าราคาประหยัดให้ซื้อ แต่ถ้าใครยัง “ติดแบรนด์” ก็ต้อง “รับให้ได้” เพราะสินค้ากำลังจะทยอยขึ้นราคา  

เพราะผู้ผลิตพูดชัด ซัปพลายเออร์พูดชัด “สต็อกเก่า” หมดแล้ว ห้างก็รับรู้แล้ว หลายสินค้าราคาเริ่มขยับ เว้นแต่สินค้าที่อยู่ใน “บัญชีควบคุม” ที่จะขึ้นราคาต้องมี “ใบผ่าน” จากกรมการค้าภายในมาประกอบ

ช่วงนี้ ใครเดินซื้อสินค้าในห้าง คงเริ่มได้เห็น “ราคาใหม่” เห็นป้าย “ลดราคา” น้อยลง

แต่พาณิชย์ ก็ยังทำงานเหมือนเดิม

ไม่มีใครออกมาอธิบายว่า สถานการณ์สินค้าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น ต้นทุนจากน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าเป็นยังไง ผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งเป็นยังไง ต้นทุนวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทั้งเม็ดพลาสติก ปุ๋ยเคมี จะมีผลต่อสินค้าอะไรบ้าง และกระทบยังไง
         
ก็ไม่รู้ว่า ทำไมถึงไม่มีใครออกมาบอกความจริงกับประชาชน ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่ประชาชน “ควรรู้-ควรทราบ” เพื่อที่จะได้ “เตรียมตัว-ปรับตัว” รับมือกับสถานการณ์
         


กระทั่ง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” ก็ยังออกมายอมรับตรง ๆ ตอนนี้ “เริ่มวิกฤต” แล้ว น้ำมันอาจ “ขาดแคลน” แต่จะพยายามทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด
         
เป็นการส่งสัญญาณแบบตรง ๆ ผิดกับ “พาณิชย์” ที่ยัง “อมพะนำ” อยู่
         
จะบอกว่า ประชาชน “ไม่รู้-ไม่ทราบ” สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางก็ไม่ใช่ ทุกคนรู้ดีว่า วันนี้สงครามยังไม่จบ ยังมีการขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ
         
แต่สิ่งที่พวกเขาอย่างรู้ จะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์สินค้า ค่าครองชีพ จะเป็นยังไงมากกว่า
         
ผู้เขียนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ก็อยากจะรู้ว่า สถานการณ์สินค้าจากนี้จะเป็นยังไง ราคาจะขึ้นแบบไหน พาณิชย์จะกำกับดูแลการขึ้นราคาอย่างไร จะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบยังไง ธงฟ้า (สินค้าราคาประหยัด) ธงเขียว (ปุ๋ยและปัจจัยเกษตรราคาประหยัด) จะมีมากน้อยแค่ไหน
         
งบประมาณพร้อมมั้ย ถ้าไม่มี จะขอรัฐบาลยังไง คิดว่า รัฐบาลพร้อมให้อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่อง “ปากท้อง” ประชาชน อยู่ที่ว่าคนที่กำกับดูแล “อยากเสนอ-อยากทำ” หรือไม่  
         
แต่ทั้งนี้ ทั้งนี้ ทุกอย่างต้องทำเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่ ทำแบบสถานการณ์ปกติ เพราะปัญหามันรอไม่ได้
         
อีกอย่างที่อยากจะบอก จากนี้ไป จะมีข่าวประชาชนออกมาโวยวายเรื่อง “สินค้าแพง-สินค้าขึ้นราคา” แน่ ๆ เพราะทุกวันนี้ ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ ใครเจอ อะไร ที่ไหน ยังไง ก็สามารถ “โพสต์บอก-ออกโซเชียล” ได้เลย

ตอนนั้น ก็อย่าไป “เล่นมุก” สินค้าไม่ขึ้น หรือขึ้นไม่เกินโครงสร้างราคาก็แล้วกัน ชาวบ้านชาวช่องเขาไม่รู้หรอกว่า ไปตกลงอะไรกับผู้ผลิตเอาไว้ เขารู้แต่ว่า ของที่เขาซื้อ ราคามันขึ้นไปแล้ว
         
เขียนมาแยะแล้ว ขอสรุปเลยก็แล้วกัน ช่วยบอกสถานการณ์จริงเป็นยังไง ประชาชนควรรับมือยังไง พาณิชย์มีมาตรการช่วยลดภาระยังไง แล้วสินค้าที่ขึ้นราคาไปแล้ว ตอนที่ต้นทุนลง จะกำกับดูแลยังไง
         
อย่ามาหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่า สงครามจะจบง่าย ๆ หรือหากจบจริง ก็ใช่ว่าน้ำมันจะลงง่าย ๆ เพราะโครงสร้างพื้นฐานน้ำมัน มันพังไปเยอะ
         
ตอนนี้ อย่างน้อย ก็ควร “พูดความจริง” กับประชาชน ให้เขาได้รับรู้สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เขาจะได้ “เตรียมตัว-เตรียมใจ”
         
ดีกว่า “ช็อก” ตอนเจอแรงกระแทกแรง ๆ
         
ต้องบริหาร “วิกฤต” ให้เหมือนเกิด “วิกฤต”  
         
เพราะตอนนี้ “วิกฤต” มาแล้วจริง ๆ
 
ซีเอ็นเอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง