​ลุยนอมินีเกาะพะงัน-สมุย

img

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” แจกข่าวเรียกเสียงฮือฮาข่าวหนึ่ง คือ การสแกนบริษัทที่จัดตั้งในพื้นที่ 2 เกาะชื่อดัง “เกาะพะงัน-เกาะสมุย” จ.สุราษฎร์ธานี
         
โดยทั้ง 2 เกาะนี้ ทั้งประชาชน ทั้งภาคธุรกิจ ต่างส่งเสียงดัง ๆ ถึงภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยดูกันหน่อย บอกว่า ทุกวันนี้ “ต่างชาติ” ได้ทำการ “ยึดเกาะ” ไปหมดแล้ว
         
ที่บอกว่า “เกาะถูกยึด” หมายความว่า ธุรกิจต่าง ๆ ที่ดำเนินการใน 2 เกาะแห่งนี้ ถูกเข้าแทนที่โดย “คนต่างชาติ” ที่อาศัย “ช่องว่างของกฎหมาย” เข้ามาทำธุรกิจ ทำให้ธุรกิจคนไทย “สู้ไม่ได้-แข่งไม่ได้” จนถึงขั้นต้อง “ล้มหาย-ตายจาก” ไปก็มาก
         
ธุรกิจที่ต่างชาติเข้ามาทำ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต ที่พัก อสังหาริมทรัพย์ ดำน้ำ การขนส่ง ร้านขายสินค้า ของที่ระลึก ทำบัญชี เรียกว่า ทุกอย่างที่เป็นเงิน ต่างชาติเอาหมด
         
วิธีการก็ง่าย ๆ ตั้งบริษัทขึ้นมาบริษัทหนึ่ง ให้คนไทยถือหุ้น 51% ต่างชาติ 49% เพื่อให้เป็นบริษัทไทย หรืออีกแบบหนึ่ง จ้างใครก็ได้ให้มาถือหุ้นแทน ตั้งบริษัทแทน หรือบางที่อยู่ มีบริษัทมาอัดรวมกันเป็น 10 เป็น 100 บริษัท แต่เบื้องหลัง คือ คนต่างชาติเป็นเจ้าของ แล้วใช้ความเป็นบริษัทไทยทำธุรกิจ
         
ที่ผ่านมา ก็มีการไปตรวจ แต่ตรวจกันยังไงก็ไม่รู้ เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง ไม่รู้ไปสะดุดตอกันตรงไหน
         
แต่วันนี้ รัฐบาล “เอาจริง” กระทรวงพาณิชย์ “เอาจริง” กรมพัฒนาธุรกิจการค้า “เอาจริง
         
เริ่มต้นการ “สางปัญหา” ด้วยการสแกนนิติบุคคล ที่ตั้งอยู่บน 2 เกาะ พบว่า มีจำนวนสูงถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดบน 2 เกาะ ที่มีอยู่ 16,811 ราย
         
บริษัทที่ว่า มีชาวต่างชาติเข้าลงทุนด้วย มีทั้งที่ประกอบธุรกิจโดย “ถูกต้อง” ตามกฎหมาย และที่ “หลีกเลี่ยง” โดยใช้คนไทยเป็นนอมินี
         


หากแยกเป็นรายเกาะ พบว่า เกาะพะงัน มีบริษัท 4,761 ราย เป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 3,213 ราย สัดส่วน 67.48% ของบริษัทที่มีอยู่ทั้งหมด สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ อิสราเอล ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย เยอรมัน อเมริกัน อิตาเลียน ยูเครน ออสเตรเลียน เบลเยียม
         
เกาะสมุย มีบริษัท 12,050 ราย เป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย สัดส่วน 68.16% ของบริษัทที่มีอยู่ทั้งหมด สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย จีน อิสราเอล เยอรมัน อเมริกัน ออสเตรเลียน สวิส อิตาเลียน
         
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า” บอกว่า ไม่แปลกใจเลยที่ได้ยินว่า “ต่างชาติยึดเกาะพะงัน-เกาะสมุยไปเรียบร้อยแล้ว
         
พร้อมย้ำว่า นั่นมัน คือ เมื่อก่อน แต่นับแต่นี้เป็นต้นไป “จะเข้าไปกำกับดูแลการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่มีชาวต่างชาติลงทุนอย่างรัดกุมและเข้มงวด หากเข้ามาประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย ก็พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ เพราะถือว่ามาร่วมสร้างความเจริญให้ประเทศ แต่หากเข้ามาในรูปแบบสีเทาใช้คนไทยเป็นนอมินี ตักตวงผลประโยชน์เข้าตนเองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ก็พร้อมปราบปรามอย่างหนัก เพราะถือเป็นอาชญากรทางเศรษฐกิจที่เข้ามาบ่อนทำลายประเทศ
         
ไม่เพียงแค่นั้น จะตรวจสอบทุกบริษัทที่มีชาวต่างชาติเข้ามาถือหุ้น ตรวจสอบนอมินี ตรวจสอบการทำธุรกิจ งบการเงิน ตรวจหมดเท่าที่จะตรวจได้ และหากพบความผิดปกติ ไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง หรือจุดใดจุดหนึ่ง หากดำเนินการได้ตามอำนาจที่มีอยู่ ก็จะดำเนินการ แต่ถ้าไปอยู่ภายใต้กฎหมายอื่น ก็จะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการ โดยล่าสุดมีพันธมิตรถึง 23 หน่วยงานที่ได้มีการลงนาม MOU ในการปราบปรามนอมินี  
         
ส่วนคำถามที่ว่า ที่ผ่านมา ไม่มีการตรวจสอบเลยหรือ นายพูนพงษ์ บอกว่า มีการตรวจสอบไปบ้างแล้ว ที่เกาะพะงัน เจอสำนักงานบัญชี ที่เจ้าของเป็นผู้ถือหุ้นใน 66 บริษัท มีอาคารพาณิชย์ 2 แห่งและบ้านพัก เป็นที่ตั้งนิติบุคคล 89 แห่ง และตรวจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีบริษัทไทยถือครอง แต่มีอิสราเอล ถือหุ้น 49%
         


ที่เกาะสมุย เจอบริษัทขนาดใหญ่ 34 ราย ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี แต่ละรายมีสินทรัพย์รวมกันเกินกว่า 100 ล้านบาท ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
         
นอกจากนี้ การสแกนนอมินี ไม่ได้หยุดเพียงแค่ 2 เกาะ แต่จะสแกนนิติบุคคลจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ด้วย เช่น ชลบุรี เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต กระบี่ พังงา
         
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการจัดการกับปัญหานอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เปิดช่องทางแจ้งเบาะที่เว็บไซต์ www.dbd.go.th เลือกหัวข้อ “แจ้งเบาะแสนอมินี” หรือที่เมนูรับเรื่องร้องเรียนด้านล่างสุดของเว็บไซต์ หรือโทรสายด่วน 1570 หรือติดต่อโดยตรงได้ที่กองบริหารการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โทร 0-2547-4425-6 หรือกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โทร 0-2547-4400
         
โดยสิ่งที่ต้องเตรียม คือ ชื่อบริษัท ห้างหุ้นส่วน ที่ต้องสงสัย พฤติกรรมที่เข้าข่าย เช่น การมีคนต่างชาติถือหุ้นส่วนน้อย แต่มีอำนาจบริหารจัดการเบ็ดเสร็จ เอกสารหรือหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ (ถ้ามี) เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ
         
การจัดการกับปัญหานอมินี ภาครัฐจะทำเพียงลำพังไม่ได้ คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันด้วย เริ่มตั้งแต่ไม่เห็นแก่ “อามิสสินจ้าง” หรือเงินเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แลกกับการยอมเป็นนอมินีให้กับคนต่างชาติ
         
ส่วนคนไทยอื่น ๆ ที่พบอะไร เห็นอะไร รู้อะไรมา ก็สามารถแจ้งเบาะแสตามช่องทางที่แจ้งไว้ข้างต้น อย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามบานปลาย จนคนไทยไม่มีที่ยืน ธุรกิจไทยไม่มีที่ยืน เศรษฐกิจประเทศชาติเสียหาย
         
สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 23 หน่วยงาน ก็ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเต็มที่ อย่าให้ใครพูดได้ว่ามีบางหน่วยงานถ้า “เงินถึง-จ่ายถึง” ก็เคลียร์ได้
         
ตอนนี้ ถึงเวลามาร่วมมือกัน จัดการกับ “นอมินี-ธุรกิจต่างชาติสีเทา-ทุนเทา” ให้สิ้นซากกันได้แล้ว
 
ซีเอ็นเอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง

ข่าวล่าสุด

ดูทั้งหมด