“ดิฉันเป็นแม่ค้า บาทสองบาทก็เอา”
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวกับสื่อมวลชนในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ถึงแผนการทำงานขับเคลื่อนการส่งออกของไทยในปี 2569
โดยแผนการทำงาน วิธีการ มาตรการ จะเป็นแบบไหน อย่างไร เรามาติดตามดูกัน
น.ส.สุนันทา เริ่มต้นการแถลงข่าวด้วยการบอกว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ต้องเฝ้าจับตาในหลาย ๆ เรื่องอย่างใกล้ชิด ทั้งเศรษฐกิจการค้าโลก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งเป็นเรื่องต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ผ่านมา ที่มีความกังวลเรื่องอัตราภาษีสหรัฐฯ มีสงครามไปทุกที่ เราเองก็มี ก็พยายามทำแผน จะช่วยผู้ประกอบการยังไง ให้ยังคงส่งออกได้ ทำมาอย่างต่อเนื่อง จนสิ้นปี การส่งออกเติบโตได้สูงถึง 12.9% สวนกระแสทุกอย่าง
แต่ปีนี้ 2569 ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก กิจกรรม มาตรการต่าง ๆ จะมุ่งเป้า ตรงประเด็น เจาะเป็นรายตลาด เป็นรายสินค้า ปรับวิธีการให้กระชับ
โดยสรุปจะมีกิจกรรมที่จะดำเนินการ 680 กิจกรรม แต่เพิ่มแบบโฟกัส ตรงจุด พุ่งเป้าอีกราว ๆ 20 กิจกรรม รวมแล้วเป็น 700 กิจกรรมที่จะดำเนินการ โดยภายใต้กิจกรรมที่ดำเนินการเหล่านี้ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากการส่งออกทำเงินเข้าประเทศ 142,000 ล้านบาท ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 294,500 ราย
จากนั้น น.ส.สุนันทา เล่าต่อถึงแผนที่จะดำเนินการว่า กิจกรรมหลักที่จะทำ มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยกตัวอย่าง งานหลัก คือ งานแสดงสินค้านานาชาติ ที่คนทั่วโลกรู้จัก ก็งานไทยเฟ็กซ์ งานบางกอก เจมส์ การจัดงานแสดงสินค้าไทยในต่างประเทศ การจัดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ การพัฒนาแฟรนไชส์ไทยสู่สากล การจัดคณะผู้แทนการค้า การส่งเสริมการขายผ่านห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดในหลายภูมิภาคทั่วโลก การส่งเสริมร้านอาหาร Thai SELECT

ส่วนกิจกรรมพิเศษที่จะเพิ่มเข้ามา เป็นการขับเคลื่อนการส่งออกเชิงรุก อาทิ โครงการไทยแลนด์ เบสต์ แฟรนด์ หรือมิตรแท้การค้าไทย จะเชิญผู้นำเข้ารายสำคัญจากทั่วโลกประมาณ 20 ราย เข้ามารับรางวัลจากนายกรัฐมนตรีในเดือน มี.ค.2569 เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่เป็นแฟนคลับสินค้าไทย และมีการอุดหนุนสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับโครงการ Special Task Force (STF) เพื่อบุกตลาดใหม่ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย เวียดนาม แอฟริกา และลาตินอเมริกา ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการ 175 ราย และสร้างมูลค่าการค้า 700 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานระยะแรกใน 4 ประเทศ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 106 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 477.52 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังตลาดแอฟริกาและลาตินอเมริกาในช่วงต้นปี 2569
“ที่เราเลือกตลาดอินเดีย เพราะยังมีอีกหลายรัฐ ที่มีศักยภาพสูง ตอนนี้กำลังทำการบ้าน ทั้งฝ่ายทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ที่อินเดีย และฝ่ายของกรมที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชน กำลังดูกันว่า สินค้าอะไร ที่มีโอกาส และตรงตามที่ตลาดอินเดียต้องการ ก็จะพาไปบุกเจาะ”
สำหรับแฟรนไชส์สัญชาติไทย จะพาออกไปบุกตลาดต่างประเทศ โดยทำงานร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่เป็นผู้เฟ้นหา และส่งเสริมการสร้างแฟรนไชส์ แล้วส่งต่อให้กรม ก็จะพาไปทำตลาด ปีนี้จะเน้นบุกตลาดสิงคโปร์
ส่วนการรับมือกับภาษีสหรัฐฯ ก็จะยังทำต่อ ปีนี้มีแผนผลักดันการส่งออกแบบเจาะลึก โดยสหรัฐฯ จะผลักดันให้สินค้าไทยเข้าไปแทนสินค้าของคู่แข่ง ซึ่งได้จัดเจรจากับผู้นำเข้ารายใหญ่สหรัฐฯ ไปแล้ว เมื่อเดือน ธ.ค.2568 และจะกำลังเชิญบริษัท Otis McAllister, Inc เยือนไทยในลักษณะ Exclusive Incoming Trade Mission ระหว่าง 24–28 ก.พ.2569 กับยุโรปมีแผนคุยบริษัท Lidl & Kaufland Asia Pte. Limited บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของยุโรป ที่มีสาขาในหลายประเทศ และเสนอจัดบิสสิเนส แมชชิ่ง กับผู้ส่งออกไทย เน้นสับปะรด น้ำมะพร้าว อาหารสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงสินค้าประเภทอื่น ๆ และหารือกับบริษัท Mitsui ญี่ปุ่น เพื่อวางแนวทางความร่วมมือทางการค้าในอนาคต โดยเฉพาะการนำสินค้าไทยไปจำหน่าย

ขณะเดียวกัน มีแผนยกระดับร้าน TOPTHAI ที่เปิดจำหน่ายอยู่บนแพลตฟอร์ออนไลน์ 8 แพลตฟอร์มใน 10 ประเทศ ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เช่น ยุโรป และจะมีรายการสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เน้นอาหาร เครื่องดื่ม เช่น แฟชัน ไลฟ์สไตล์ในตลาดสหรัฐฯ รวมทั้งจะมีการยกระดับแพลตฟอร์ม thaitrade.com ร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมมือในการส่งสินค้า
น.ส.สุนันทากล่าวต่อว่า งานสำคัญอีกงานที่จะดำเนินการ คือ การจัดงาน DITP Expo 2026 เนื่องในโอกาสครบรอบ 74 ปี ของกรม โดยจะนำสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการส่งออก มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่อยากจะส่งออก และยังมีเครื่องมือต่าง ๆ ของกรม ที่ช่วยในเรื่องการส่งออก มาแสดงให้ผู้ประกอบการได้รับรู้และดึงให้เข้ามาใช้บริการด้วย รวมทั้งจะมีการจัดกิจกรรมบันเทิงและการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ มวย ซีรีส์ ลิเก หมอลำ และการพบปะดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กำหนดจัดวันที่ 11-13 มี.ค.2569 ที่กระทรวงพาณิชย์
ไม่เพียงแค่นั้น ล่าสุดกรมได้เพิ่มภารกิจใหม่ คือ การช่วยเหลือผู้ประกอบการในการจัดหาวัตถุดิบจากต่างประเทศ และการช่วยผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลทั้งแหล่งวัตถุดิบ โอกาสในการลงทุนแล้ว ซึ่งจะทำให้กรมมีบทบาทครบ ทั้งการส่งเสริมและผลักดันการส่งออก การหาแหล่งวัตถุดิบ และการช่วยผู้ประกอบการออกไปลงทุน
ในช่วงท้าย น.ส.สุนันทาตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่า ว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ยิ่งพูด ยิ่งกลุ้มใจ แต่ก็มีสัญญาณดีจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะเข้ามาดูแลให้มีเสถียรภาพมากกว่านี้แล้ว ส่วนกรมก็ดูอยู่ว่าจะช่วยผู้ส่งออกยังไง อย่างปีก่อนอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แพงกว่าคู่แข่ง 8-11% ปีนี้ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก ยังดีที่สินค้าไทยมีคุณภาพ มาตรฐาน ผู้ซื้อเชื่อมั่น แต่ถ้าแพงเกินไป ก็อาจจะขายได้ลำบาก ก็จะมีปัญหาได้
สำหรับค่าเงินบาทที่ผู้ส่งออกต้องการ น.ส.สุนันทา บอกว่า เท่าที่ได้พูดคุยกัน ผู้ส่งออกต้องการจริง ๆ คือ ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก็อยากจะส่งเสียง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยทำให้อ่อนหน่อย แต่ถ้าถามเรา ก็จะช่วยในทางอื่น ๆ ทั้งลดต้นทุน สร้างโอกาส เพื่อให้ผู้ส่งออกของไทยยังคงส่งออกได้ต่อไป
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

