​“ราเมงลอกข้อสอบ” แม้กฎหมายทำอะไรไม่ได้ แต่พวกเราช่วยกันได้ ร่วมรณรงค์ คนไทย คิดเอง ทำเอง ไม่ก๊อบปี้ของใคร

  • Report
  • 16 ธ.ค. 2560
  • 1021 เข้าดู
img

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเซียล และได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ก็คือ กรณีสื่อมวลชนญี่ปุ่นแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการลอกเลียนแบบร้านอิชิรัน ซึ่งเป็นร้านราเมงชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในหมู่คนไทยในชื่อ “ร้านราเมงข้อสอบ” หลังจากมีการตรวจสอบพบว่า มีร้านราเมงแห่งหนึ่งในประเทศไทยทำการลอกเลียนเอกลักษณ์ วิธีการตกแต่งร้าน และวิธีการสั่งอาหารมาใช้ดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน
         
จากกรณีดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามในหมู่คนไทยว่า ร้านราเมง ที่ทำการลอกเลียนแบบร้านราเมงญี่ปุ่นมานั้น สามารถทำได้ ไม่ผิดกฎหมายหรืออย่างไร แล้วกรมทรัพย์สินทางปัญญาทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่จัดการกับเรื่องนี้
         
จะว่าไปแล้ว ร้านราเมงของไทยที่ทำการลอกเลียนแบบนั้น ไม่ได้เพิ่งมาลอกเลียนแบบวันสองวันมานี้ แต่ได้เปิดมาระยะหนึ่งแล้ว และยังมีคนเข้าไปรีวิว อวย กันมากมาย ดียังนั้น ดีอย่างนี้ จนทำให้คนไทยที่ไม่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายคนเข้าใจผิดว่า เป็นร้านจากญี่ปุ่นมาเปิดที่เมืองไทย ส่วนคนที่เคยไปเที่ยว มีหลายคนที่เข้าใจผิดคิดว่าร้านราเมงจากญี่ปุ่นมาเปิดสาขา แต่ปรับรสชาติให้เหมาะสมกับลิ้นของคนไทย

ถามว่า แล้วทำไมถึงไม่เป็นข่าวตั้งแต่ที่เปิดแรกๆ เพราะทางญี่ปุ่น ยังไม่รู้เรื่อง แต่พอรู้เรื่อง ก็เลยเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาทันที กรณีนี้ ก็น่าจะคล้ายๆ กับที่ประเทศเพื่อนบ้าน แอบลอกเลียนแบบร้าน Cafe Amazon โดยรูปแบบร้าน บรรยากาศภายในร้าน เหมือนกันเป๊ะ แค่เปลี่ยนชื่อเป็น Cafe Amazing แล้วก็มีคนไทยไปพบ เลยเป็นข่าวดังขึ้นมาทันที ซึ่งก็ไม่ต่างจากกรณีร้านราเมงลอกข้อสอบเลย

เรื่องนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออกมาชี้แจงว่า ได้มีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว พบว่า ร้านราเมงอิชิรันได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตร “Shop System” ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงเป็นระบบสำหรับการตรวจสอบจำนวนลูกค้า ที่นั่งว่าง และการสั่งอาหาร เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2546 และได้รับสิทธิบัตรหมายเลข JP 4267981 B2 เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2552 แต่ไม่ได้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรดังกล่าวในประเทศไทย

แปลไทยเป็นไทย ก็คือ ร้านราเมงจากญี่ปุ่น ไม่ได้จดสิทธิบัตรขอรับความคุ้มครองในประเทศไทย ถ้าคิดแบบง่ายๆ ก็คือ หากมีใครลอกเลียนแบบ ก็สามารถทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มาจดคุ้มครองเอง

จากนั้น อธิบายต่อว่า หากวันนี้ มีผู้ใดนำอุปกรณ์และระบบข้างต้น มายื่นขอจดสิทธิบัตรในประเทศไทย ก็จะมีประเด็นพิจารณาเรื่องความใหม่ เพราะถ้าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้เปิดเผยรายละเอียดแล้ว ก็จะขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการจดทะเบียน แปลความได้ว่า ถ้าร้านราเมงญี่ปุ่นจะมายื่นจดสิทธิบัตรที่ไทยวันนี้ ก็คงไม่ได้รับจด เพราะถือว่าสิทธิบัตรดังกล่าว เป็นของเก่าแล้ว  

สำหรับในส่วนของชื่อร้าน ผู้ประกอบการญี่ปุ่นได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า “ICHIRAN” เป็นภาษาญี่ปุ่นกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไว้แล้ว ซึ่งทำให้ผู้อื่นไม่อาจใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของได้ อันนี้ ตรงตัว แปลว่า ใครก็ไม่สามารถใช้คำว่า “ICHIRAN” ได้ ถ้าเอาไปใช้ ก็ถือว่าละเมิด เจอฟ้องร้องแน่นอน เราก็เลยเห็นร้านราเมงลอกเลียนแบบ เลี่ยงไปใช้ชื่ออื่นแทนไง  

ส่วนรูปแบบการตกแต่งร้านอันเป็นเครื่องหมายรูปลักษณ์ (trade dress) ไม่อาจขอรับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทย เพราะกฎหมายไทยไม่มีการคุ้มครองในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ห้าม ไม่ให้ร้านอิชิรันต้นตำรับจากญี่ปุ่นที่จะมาเปิดสาขาในประเทศไทย โดยสามารถดำเนินการได้ และไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้อื่นนำเครื่องหมายการค้า “ICHIRAN” มาใช้ หรือนำสิทธิบัตร “Shop System” มายื่นขอจดทะเบียนเป็นของตน

สรุปความได้ว่า ร้านราเมงญี่ปุ่น ถ้าอยากจะมาเปิดสาขาของไทยวันไหน ก็ทำได้เลย ส่วนร้านราเมงของไทยที่ลอกเลียนแบบ จะจัดการอย่างไร ไม่ได้มีการชี้แจงเอาไว้ แต่หากดูตามที่ชี้แจงมา ก็คงไปทำอะไรไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการขอความร่วมมือว่า “กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอเชิญชวนนักประดิษฐ์และผู้ประกอบการชาวไทย ให้สร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญารวมทั้งอัตลักษณ์ที่เป็นของตนเอง ซึ่งมีความแปลกใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้าหรือผู้รับบริการ” ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ควรที่จะคิด ควรที่จะทำอะไรที่เป็นรูปแบบของตัวเอง ไม่ใช่ไปลอกเลียนแบบคนอื่น แล้วมาแอบอ้างว่าเป็นของตนเอง

ที่สำคัญ มีข้อแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อคิดอะไรได้แล้ว ควรยื่นขอรับความคุ้มครองทั้งในไทยและในประเทศที่จะไปประกอบธุรกิจด้วย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ตามกฎหมาย

พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกรณีที่ร้านราเมงญี่ปุ่นโดนลอกเลียนแบบนั่นแหละ คิดอะไรได้แล้ว ก็ควรจะจดคุ้มครองด้วย เพราะเดี๋ยววันดีคืนดี มีใครก็ไม่รู้มาก๊อบปี้ แล้วจะทำอะไรไม่ได้

ถามว่า แล้วตอนนี้ ควรทำอะไร ถ้าพูดตามกฎหมาย คงไปทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าใช้ใจคิด “ไม่มีอะไรที่คนไทยทำไม่ได้ และควรจะร่วมมือกันรณรงค์ สร้างจิตสำนึก ต้องคิดเอง ทำเอง ไม่ก๊อบปี้ใคร ถ้าใครก๊อบปี้ ก็ไม่ควรที่จะให้การสนับสนุน”

แค่นี้แหละ เริ่มกันวันนี้เลย!!!