กรมการค้าต่างประเทศวิเคราะห์ 25 รัฐของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ ขอให้ระงับการเก็บภาษีนำเข้ากรณีแรงงานบังคับ 10% และ 12.5% กับ 60 ประเทศ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลีกเลี่ยงคำตัดสินเดิม คาดมีแนวโน้มศาลสั่งยกเลิกสูง แต่กรณีกำลังการผลิตส่วนเกิน มีโอกาสโดน เผยหากโดนจริงไม่น่าเกิน 19% เท่ากับอัตราเดิมที่โดนตั้งแต่แรก และมีสินค้า 28% ของที่ส่งออกไปสหรัฐฯ กระทบ ย้ำจะเดินหน้าขอสหรัฐฯ ยกเว้นภาษีต่อไป
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย 12.5% ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.2569 โดยอ้างการใช้แรงงานบังคับภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ว่า ขณะนี้ กลุ่มรัฐจำนวน 25 รัฐของสหรัฐฯ นำโดยพรรคเดโมแครต ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เพื่อขอให้ระงับมาตรการเก็บภาษีนำเข้าชุดใหม่ในอัตรา 10% และ 12.5% ที่เรียกเก็บกับสินค้าจาก 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจคู่ค้า โดยขอให้ศาลวินิจฉัยว่ามาตรการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการอ้างเรื่องแรงงานบังคับ เป็นการหลีกเลี่ยงคำตัดสินเดิมของศาล เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต และสั่งให้คืนภาษีที่ผู้นำเข้าได้ชำระไปแล้ว
โดยจากการวิเคราะห์ของกรม ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่แก้ต่าง ประเมินว่า มาตรการภาษีกรณีแรงงานบังคับจะไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้ และอาจจะถูกยกเลิกในที่สุด เหมือนกับการจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมาย IEEPA ก่อนหน้านี้ ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นภาษี โดยไม่ต้องรออนุมัติจากรัฐสภา เนื่องจากการเปิดไต่สวนเรื่องแรงงานบังคับกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ใช้เวลาสั้น ๆ เพียง 2 เดือน และตลาดในแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก แต่อัตราภาษีที่ประกาศเรียกเก็บจากกับแต่ละประเทศมีอัตราที่แตกต่างกันไม่มากคือ 10% และ 12.5% ซึ่งสหรัฐฯ ต้องชี้แจงให้ได้ว่าใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณากำหนดอัตราภาษี ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าผลจะออกมาอย่างไร

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องอัตรากำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) คาดว่าสหรัฐฯจะสามารถนำมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้ได้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2569 ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานที่ใช้ชื่อว่า The Great Transshipment Scam ระบุว่า มีมากกว่า 40 ประเทศ ที่ช่วยเหลือจีนหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ด้วยการส่งออกผ่านประเทศที่สาม ซึ่งถูกจัดเก็บอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่า ซึ่งไทยถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อด้วย โดยอยู่ใน Tier2 ร่วมกับบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี และเวียดนาม ที่ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีนอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของกรม คาดว่า เมื่อรวมอัตราภาษีทั้ง 2 กรณี คือ แรงงานบังคับ และกำลังการผลิตส่วนเกิน ไม่น่าจะเกิน 19% ซึ่งเป็นฐานภาษีเดิมที่เคยถูกเรียกเก็บตั้งแต่ต้น แต่หากเป็นเช่นนี้จริง ก็มีสินค้าที่ไทยจะได้รับผลกระทบประมาณ 28% จากรายการสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ ทั้งหมด ซึ่งกรมจะพิจารณารายการที่จะขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีต่อไป โดยจะเน้นในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งจะต้องดูสุดท้ายแล้วว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีในสินค้าใดบ้าง
อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 27 ส.ค.-1 ก.ย.2569 กรมจะเดินทางร่วมกับทีมไทยไปเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหามาตรการภาษี โดยตั้งเป้าสรุปการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade : ART) ในแล้วเสร็จในครั้งนี้ เนื่องจากฝ่ายไทยได้มีการเตรียมข้อมูลในแต่ละประเด็นที่สหรัฐฯ เรียกร้อง และทางออกในแต่ละประเด็นไว้แล้ว รวมทั้งยังเป็นการเจรจาแบบพบปะกันโดยตรง ไม่ใช่การเจรจาผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ไทยสามารถชี้แจงได้มากขึ้น โดยคาดว่าการเจรจา ART ที่ค้างอยู่ประมาณ 40% น่าจะหาข้อสรุปได้ จากที่ก่อนหน้านี้ สรุปไปแล้วประมาณ 60%

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

