​“พาณิชย์”จับมือ สสว.ลุย DFT+ สอน SME ตั้งแต่พาสัมผัสตลาด พบคู่ค้า เจรจาธุรกิจ

img

กรมการค้าต่างประเทศผนึกกำลังสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดทำโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือผู้ประกอบการ SME ให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ (Local to Global) หรือ DFT+ จับมือสอนผู้ประกอบการตั้งแต่พาสัมผัสตลาด พบคู่ค้า เจรจาธุรกิจ เพื่อให้นำความรู้ไปใช้ต่อยอดธุรกิจและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ประเดิมพา 80 ผู้ประกอบการ SME ลุยตลาดฮ่องกง ซื้อขายกว่า 350 ล้านบาท
         
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางชนินทร หริ่มเจริญ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะนำผู้ประกอบการ SME ไทยจำนวน 80 ราย จากกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าไลฟ์สไตล์ พร้อมด้วยผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเดินทางไปจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายทางการค้าภายใต้โครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือผู้ประกอบการ SME ให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ (Local to Global) หรือ DFT+ ที่ฮ่องกง ระหว่างวันที่ 13-17 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดประสบการณ์ตลาดจริง เชื่อมโยงคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมเรียนรู้แนวโน้มตลาดและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อนำความรู้และเครือข่ายไปต่อยอดธุรกิจและขยายตลาดจาก Local สู่ Global อย่างมีศักยภาพ
         
ทั้งนี้ โครงการ DFT+ เป็นโครงการที่กรมร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ด้วยการออกแบบกิจกรรมให้ผู้ประกอบการ SME ได้สัมผัสตลาดจริงตั้งแต่ เห็นตลาด พบคู่ค้า เรียนรู้การค้าจริง ทั้งการสำรวจแนวโน้มสินค้า การเจรจาธุรกิจ และการเรียนรู้รูปแบบธุรกิจจากภาคเอกชนและพันธมิตร เพื่อนำประสบการณ์ ความรู้ และเครือข่ายที่ได้รับกลับไปพัฒนาสินค้าและธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ



โดยการนำผู้ประกอบการ SME ไปทำตลาดที่ฮ่องกง ได้ให้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่าน 4 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ 1.เปิดมุมมองตลาดผ่านงานแสดงสินค้า HKTDC Hong Kong Food Pro 2026 ผู้ประกอบการได้เยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติสำคัญในภูมิภาคเอเชีย พร้อมเยี่ยมชม Thailand Pavilion ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อสำรวจแนวโน้มสินค้า นวัตกรรม และพฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนเรียนรู้รูปแบบการนำเสนอสินค้าในตลาดฮ่องกง เพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดพัฒนาสินค้าและวางกลยุทธ์การตลาดให้ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
         
2.Business Matching เชื่อม SME ไทยกับคู่ค้าฮ่องกงและจีน เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะและเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ห้างค้าส่ง ค้าปลีก และพันธมิตรทางธุรกิจจากฮ่องกงและจีนกว่า 60 ราย เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและต่อยอดความสัมพันธ์ระยะยาว และยังเป็นโอกาสในการรับฟังความต้องการของตลาดโดยตรง เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น ทั้งนี้ เกิดการซื้อขายภายในงานกว่า 100 ล้านบาท และคาดว่าจะเกิดมูลค่าการซื้อขายภายใน 1 ปี รวมกว่า 350 ล้านบาท

3.เจาะลึกตลาดฮ่องกงและ Greater Bay Area ผู้ประกอบการได้รับฟังการบรรยายพิเศษและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดฮ่องกงและโอกาสทางธุรกิจใน Greater Bay Area จากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง และผู้แทนจาก Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) ครอบคลุมทั้งภาพรวมตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มทางการค้า ช่องทางการเข้าสู่ตลาด ตลอดจนบทบาทของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรส่งเสริมการค้าของฮ่องกงในการสนับสนุนผู้ประกอบการต่างชาติ



4.เรียนรู้ธุรกิจจริง พบปะเครือข่ายค้าปลีกและพันธมิตรในฮ่องกง ผู้ประกอบการได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและพบปะภาคเอกชนและเครือข่ายค้าปลีกที่สำคัญ อาทิ HotMaxx, Yuan Ji Lin, HUI KANG Supermarket Hong Kong และ PARKnSHOP เพื่อเรียนรู้ช่องทางการจำหน่าย รูปแบบการนำเสนอสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวโน้มของตลาดค้าปลีกฮ่องกงจากประสบการณ์จริง และยังได้ศึกษาดูงานด้าน Green & Smart Living ณ Hong Kong Productivity Council (HKPC) เพื่อเปิดมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตและการแข่งขันในตลาดโลก
         
“กรมและ สสว. มุ่งหวังให้ Local to Global หรือ DFT+ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความพร้อมให้ SME ไทยก้าวจากตลาดในประเทศสู่ตลาดต่างประเทศอย่างมีศักยภาพ โดยไม่เพียงมุ่งเปิดตลาดและสร้างโอกาสทางการค้า แต่ยังสร้างประสบการณ์ตรง ความรู้ และเครือข่ายทางธุรกิจ ที่ผู้ประกอบการสามารถนำกลับไปต่อยอดได้จริง เพื่อให้ SME ไทยเข้าใจตลาด เห็นโอกาส ปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกการค้า และเติบโตจาก Local สู่ Global ได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”นางอารดากล่าว

 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง