สนค.เผยดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือน ก.พ.69 ลดลง 0.5% จากการลดลงของสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งข้าว อ้อย ปาล์ม ยางพารา สุกร โค กุ้ง และผลิตภัณฑ์จากเหมืองที่ลดลง ตามทิศทางตลาดพลังงานโลก ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมสูงขึ้นจากทองคำ แต่อุตสาหกรรมที่เหลือลดลง คาดแนวโน้ม มี.ค.69 ยังเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตาพลังงาน ค่าบาท ทองคำ เป็นตัวกดดัน
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือน ก.พ.2569 เท่ากับ 108.3 เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.2568 ลดลง 0.5% จากการลดลงของราคาสินค้าเกษตรสำคัญที่ชะลอตัวจากการแข่งขันสูงในตลาดโลก ทำให้การส่งออกลดลง และราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ผู้ผลิตไม่สามารถปรับราคาสินค้าเพิ่มได้
สำหรับดัชนีราคาผู้ผลิตที่ลดลง มีรายละเอียดโดยหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ลดลง 8.3% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ข้าวเปลือก จากราคาส่งออกที่ยังคงหดตัวตามการแข่งขันในตลาดโลก อ้อย จากฐานราคาในปีก่อนอยู่ในระดับสูง ประกอบกับผลผลิตในปีนี้ออกมาก ผลปาล์มสด จากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่ต่ำตามราคาพลังงาน ยางพารา จากราคารับซื้อที่ลดลงตามราคาสินค้าในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง สุกรมีชีวิต โคมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม จากปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดมาก ประกอบกับความต้องการบริโภคที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม
ส่วนสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น ประกอบด้วยหัวมันสำปะหลังสด จากราคารับซื้อที่สูงขึ้นจากการนำเข้าผลผลิตผ่านชายแดนที่ลดลง ผักสด (มะนาว พริก) ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจร้านอาหาร

ส่วนหมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ลดลง 13.8% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งราคาอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนตามทิศทางตลาดพลังงานโลก ขณะที่มีการปรับตัวสูงขึ้นของสินแร่โลหะ (แร่ดีบุก) จากอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว ประกอบกับอุปทานในตลาดโลกที่ยังมีจำกัด และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากการทำเหมือง (หินก่อสร้าง) จากอุปทานที่ปรับลดลง ส่งผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้น
ขณะที่หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้น 1.1% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้แก่ ทองคำ และเครื่องประดับ (เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับพลอย) จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่มีการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าสำคัญ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ น้ำตาลทราย กากน้ำตาล ข้าวสาร ข้าวนึ่ง ปลายข้าว น้ำมันถั่วเหลือง ผักผลไม้แช่แข็ง จากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกลดลง และเนื้อสุกร จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา น้ำมันก๊าด ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ยางมะตอย เบนซิน 95 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันหล่อลื่น ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี ได้แก่ เม็ดพลาสติกและพลาสติกขั้นต้น และก๊าซชนิดใช้ในอุตสาหกรรม (ออกซิเจน ไนโตรเจน) จากอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่ลดลง กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง น้ำยางข้น ผลิตภัณฑ์พลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับราคาลดลง กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า แผงวงจรพิมพ์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำและวงจรรวม Integrated Circuit (IC) อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ หน่วยรับข้อมูล/แสดงผล จากความต้องการใช้ที่ชะลอตัว ประกอบกับอุปทานในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
ทั้งนี้ แนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนมี.ค.2569 มีแนวโน้มทรงตัวและอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยปัจจัยสำคัญมาจากราคาพลังงาน ส่งผลต่อราคาสินค้าผู้ผลิตในภาพรวม ประกอบกับค่าเงินบาท และราคาทองคำในตลาดโลกที่ยังคงผันผวนตามกระแสของนักลงทุน ส่งผลให้ภาคธุรกิจยังคงรอติดตามสถานการณ์ของตลาดการเงิน และนโยบายด้านการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ในขณะที่กำลังซื้อในประเทศที่ยังฟื้นตัวช้า ส่งผลให้ผู้ผลิตไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นได้ รวมทั้งการแข่งขันที่สูงในตลาดผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ยังคงกดดันราคาสินค้าผู้ผลิตในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

