กรมพัฒน์เปิด 6 ชื่อล้งมะพร้าวต่างชาติทำผิดกฎหมาย แฉพฤติกรรมสุดตุกติก

img

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดชื่อล้งมะพร้าว จ.ราชบุรี 6 รายใช้คนไทยเป็นนอมินี เผยผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามบัญชีแนบท้ายหนึ่ง ข้อ 2 และบัญชีสาม ข้อ 13 ,14 และ 15 โดยมีพฤติกรรม ผู้ถือหุ้นคนไทยเป็นแค่พนักงาน ไม่มีอำนาจจัดการธุรกิจ กดราคารับซื้อ บริษัทขาดทุนทุกปี แต่รายได้พุ่ง ย้ำฟันผิดโทษหนัก คุก 3 ปี ปรับ 1 แสนถึง 1 ล้าน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่กรมได้ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ล้งมะพร้าว) ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี และได้ส่งรายชื่อ/ข้อมูลให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก ล่าสุดกรมและ CIB ได้ร่วมกันแถลงข่าว “ปฏิบัติการปอกเปลือกนอมินี ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ” ไปแล้ว โดยพบว่า นิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามท้ายบัญชีหนึ่ง ข้อ 2 การทำนา ทำไร่ หรือทำสวน และบัญชีสาม ข้อ 13, 14 และ 15 ซึ่งเกี่ยวกับการผลิตผลทางการเกษตร การค้าปลีกและค้าส่ง จำนวน 6 ราย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี

โดยประกอบด้วย 1.บริษัท อีซี่ โคโค้นัท จำกัด 2.บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จำกัด 3.บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด 4.บริษัท หยู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด 5.บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จำกัด และ 6.บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และพบผู้ร่วมดำเนินการบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และ ชาวต่างชาติ 7 ราย



สำหรับพฤติการณ์ที่เป็นข้อบ่งชี้ว่าเข้าข่ายนอมินี เช่น 1.นิติบุคคลมีชื่อคนไทยถือหุ้นสัดส่วน 51% แต่พบว่า ผู้ถือหุ้นชาวไทยมีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือเป็นบุคคลที่ถูกว่าจ้างให้ลงชื่อในเอกสารเท่านั้น ไม่มีอำนาจการตัดสินใจในธุรกิจและไม่ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการประกอบธุรกิจ 2.ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการธุรกิจ ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนมีอำนาจในการสั่งซื้อ กำหนดราคา และระบบจัดการขนส่งทั้งหมด 3.ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบเบ็ดเสร็จ กำหนดราคารับซื้อหน้าสวนในราคาที่ต่ำกว่าปกติ กำไรที่ได้รับถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติ โดยแจ้งผลประกอบการขาดทุน สวนทางกลับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี เป็นการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเอื้อประโยชน์นายทุนต่างชาติให้ไม่ต้องเสียภาษีแก่รัฐไทยอย่างถูกต้อง

ส่วนเรื่องราคา เชื่อว่าจากนี้น่าจะมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้น เพราะสาเหตุที่ทุนต่างชาติเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมได้ถูกจัดการแล้ว แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งสาเหตุเท่านั้น โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อผลักดันราคาให้กับเกษตรกรต่อไป

นายพูนพงษ์กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมและผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าว ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน

นอกจากนี้ หากตรวจพบว่าสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยใช้เอกสารประกอบการทำบัญชีที่ไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ.2543 มาตรา 20 ซึ่งจะมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึง พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สำหรับสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี และหากผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณ ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง