สนค.เผยแนวโน้มเทรนด์โลก คนกำลังมองหาอาหารที่กินแล้วรอดจากโรคภัย ส่งผลให้โปรตีนทางเลิอกและอาหารจากพืชเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งในกลุ่มคนรักสุขภาพและกลุ่มคนลดบริโภคเนื้อสัตว์ ชี้เทมเป้ โปรตีนทำจากพืชกำลังมาแรง แนะไทยใช้ถั่วพื้นถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับสินค้าเกษตรสู่อาหารแห่งอนาคต
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ท่ามกลางวิกฤตโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกกว่า 41 ล้านคนต่อปี หรือคิดเป็นกว่า 74% ของการเสียชีวิตทั่วโลก ตามข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างถาวร ผู้คนไม่ได้ต้องการแค่กินอิ่ม แต่กำลังมองหาอาหารที่กินแล้วรอดจากโรคภัย ส่งผลให้ตลาดโปรตีนทางเลือกและอาหารจากพืช (Plant-Based)” เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในกลุ่มคนรักสุขภาพ (Health Conscious) และกลุ่มยืดหยุ่น (Flexitarian) ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง หรือแม้แต่กลุ่มมังสวิรัติและวีแกนที่ต้องการโปรตีนทางเลือกที่ไม่ใช่จากสัตว์
โดยรายงาน OECD-FAO Agricultural Outlook 2025-2034 ชี้ให้เห็นแนวโน้มใหม่ของการบริโภคอาหารทั่วโลก โดยในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง การบริโภคเนื้อแดงและโปรตีนจากสัตว์ต่อหัวมีแนวโน้มชะลอหรือคงตัว จากแรงกังวลด้านสุขภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ในประเทศรายได้ปานกลางและต่ำกว่า การบริโภคอาหารที่หลากหลายรวมถึงอาหารแหล่งสัตว์ยังคงเพิ่มขึ้น แต่องค์ประกอบของการเลือกโปรตีนกำลังเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังหันมาสนใจโปรตีนทางเลือกจากพืชร่วมกับอาหารจากสัตว์ ซึ่งเทรนด์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุปสงค์อาหารโลกที่ขยายตัวออกไปจากรูปแบบเดิม และให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืนมากขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มอาหารจากพืชเทมเป้ (Tempeh) กำลังถูกจับตาในฐานะสินค้าโปรตีนจากพืชที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ สุขภาพ และความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญ เทมเป้ไม่ใช่อาหารทางเลือกที่เติบโตจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับการยกระดับสถานะในตลาดโลกผ่านการกำหนดมาตรฐานสากลโดย Codex Alimentarius (FAO/WHO) ภายใต้มาตรฐาน Regional Standard for Tempe (CXS 313R-2013) ซึ่งกำหนดลักษณะผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และคุณภาพอย่างชัดเจน การมีมาตรฐาน Codex รับรองนี้เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ยกระดับเทมเป้จากอาหารพื้นบ้าน ให้กลายเป็นอาหารแปรรูปเพิ่มมูลค่าที่สามารถส่งออกและแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ส่วนในเชิงธุรกิจ เทมเป้คือตัวอย่างของการเปลี่ยนสินค้าเกษตรธรรมดาให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วยนวัตกรรมโดยเฉพาะเทคโนโลยีการหมัก (Solid-State Fermentation) ซึ่งเพิ่มคุณค่าทั้งด้านโภชนาการ รสสัมผัส และความปลอดภัยอาหาร ความได้เปรียบทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาถั่วในตลาดโลก แต่อยู่ที่องค์ความรู้ กระบวนการผลิต และมาตรฐาน นี่คือโอกาสของผู้ประกอบการที่จะสร้างกำไรจากองค์ความรู้และมาตรฐานการผลิต ซึ่งทำกำไรได้สูงกว่าการขายวัตถุดิบทางการเกษตรแบบดั้งเดิม
“เทมเป้ในวันนี้ไม่ใช่แค่ถั่วหมัก แต่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเนื้อสัตว์ (Functional Substitute) ที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในตลาดประเทศพัฒนาแล้วที่ผู้คนมองหาโปรตีนที่ทดแทนเนื้อแดงได้จริง ด้วยเนื้อสัมผัสและคุณค่าทางอาหารที่ตอบโจทย์ เทมเป้จึงถูกวางตำแหน่งใหม่ให้เป็น Protein Solution หรือทางออกของคนรักสุขภาพที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”

ดังนั้น การยกระดับเทมเป้ด้วยมาตรฐานสากล คือกุญแจสำคัญที่ช่วยต่อยอดสินค้าสู่ความพรีเมียมได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบวัตถุดิบและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ด้วยจุดแข็งด้าน Plant-Based และ Clean Label ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ทำให้เทมเป้ก้าวข้ามตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นแท่นอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ได้อย่างเต็มตัว สอดรับกับทิศทางของ WHO และ OECD ที่ชี้ชัดว่าโลกกำลังมองหาอาหารที่ปลอดภัยและดีต่อสิ่งแวดล้อม การทำมาตรฐานจึงไม่ใช่ภาระต้นทุน แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางเข้าสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ภาพรวมห่วงโซ่อุตสาหกรรมโปรตีนจากพืช ยังได้รับแรงหนุนจากตลาดวัตถุดิบโลก โดยข้อมูลจาก USDA ระบุว่าในปีการตลาด 2024/25 ผลผลิตถั่วเหลืองโลกอยู่ที่ประมาณ 427.15 ล้านเมตริกตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า และสะท้อนถึงการขยายตัวของการผลิตเมล็ดถั่วเหลืองที่เป็นวัตถุดิบสำคัญทั้งในห่วงโซ่อาหารฟีดสัตว์และโปรตีนจากพืช การเติบโตของผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชในหลายภูมิภาคยังผลักดันให้เกิดการค้าเมล็ดถั่วเหลืองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย โดยในฤดูกาล 2024/25 การค้าถั่วเหลืองทั่วโลกสูงถึง 184.8 ล้านตัน พร้อมกับการเติบโตของการส่งออกจากบราซิลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักของโลก ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดโปรตีนจากพืชไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน
สำหรับผู้ประกอบการไทย เทมเป้คือโอกาสในการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายวัตถุดิบ มาเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมโปรตีน โดยเฉพาะหากสามารถใช้ถั่วพื้นถิ่น ผสานเรื่องราวแหล่งที่มา อัตลักษณ์อาหาร และควบคุมการผลิตด้วยมาตรฐานสากล เทมเป้จะไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตรแปรรูป แต่จะกลายเป็น เครื่องมือ Reposition ที่จะจัดวางตำแหน่งใหม่ของอาหารไทยให้เข้าไปยืนหนึ่งในตลาด Plant-Based โลก เพราะในวันที่สุขภาพและความยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นทิศทางหลักของตลาดอาหารโลก โอกาสทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากกว่าเดิม แต่อยู่ที่การผลิตให้ตอบโจทย์โลกที่กำลังเปลี่ยนมากขึ้น สนค. เชื่อมั่นว่า เทมเป้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการต่อยอดสินค้าเกษตรไทยด้วยการแปรรูป มาตรฐาน และความเข้าใจผู้บริโภคโลกอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงเพิ่มมูลค่าให้สินค้าไทย แต่ยังสะท้อนว่า เมื่อโลกเริ่มมองหาโปรตีนรูปแบบใหม่ เทมเป้ไม่ใช่แค่หนึ่งในตัวเลือก หากแต่เป็นคำตอบที่ธุรกิจไทยสามารถต่อยอดได้จริง
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

