กรมพัฒน์เช็กบริษัท ก่อนถอนทะเบียนร้างปี 68 เผยยอด 3 ปี ลบชื่อแล้ว 89,856 ราย

img

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมสำรวจนิติบุคคลที่เข้าข่ายจะถอนทะเบียนร้างประจำปี 68 เพื่อปรับฐานข้อมูลนิติบุคคลให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ป้องกันประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงสภาพอันแท้จริงของนิติบุคคล เผยสาเหตุที่จะถอนทะเบียนร้าง ไม่ส่งงบการเงินติดต่อกัน 3 ปี และจดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่ดำเนินการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น ส่วนยอดถอนทะเบียนร้าง 3 ปีล่าสุด (65-67) มีจำนวน 89,856 ราย
         
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเตรียมสำรวจนิติบุคคลที่เข้าข่ายจะถอนทะเบียนร้าง ประจำปี 2568 โดยการถอนทะเบียนนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท) ร้าง คือ การที่นายทะเบียนขีดชื่อนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท) ออกจากทะเบียน เนื่องจากไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานใด ๆ โดยไม่ได้ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือบางรายจดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่ยื่นรายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียน หรือไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น ทำให้ฐานข้อมูลนิติบุคคลไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และทำให้เกิดความเสียหายจากการหลอกลวงสภาพอันแท้จริงของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท  กฎหมายจึงให้อำนาจนายทะเบียนถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ทิ้งร้าง หรือเลิกประกอบกิจการและไม่ดำเนินกิจการแล้วให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

โดยการถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้าง ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/1 มาตรา 1273/2 และมาตรา 1273/3 และระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ.2561 ข้อ 106 ข้อ 107 ข้อ 108 ประกอบข้อ 104 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่
         
นางอรมนกล่าวว่า การถอนทะเบียนร้างใช้ดำเนินการกับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด แต่ไม่มีผลบังคับใช้กับบริษัทมหาชนจำกัด สมาคมการค้าและหอการค้า บุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์ โดยการถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้างตามกฎหมายที่กล่าวถึงข้างต้นสามารถดำเนินการได้ 2 กรณี คือ
         


1.กรณีมีมูลเหตุอันสมควรเชื่อว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ไม่ได้ประกอบการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว โดยไม่นำส่งงบการเงินนับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลัง 3 ปีติดต่อกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่งหนังสือฉบับที่ 1 ไปยังห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าข่ายจะถอนทะเบียนร้าง เพื่อสอบถามการประกอบการงาน โดยให้ชี้แจงภายใน 30 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือ เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด นายทะเบียนจะออกประกาศว่าจะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน โดยลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่หนึ่งครั้ง และส่งหนังสือฉบับที่ 2 แจ้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นว่า กรมจะขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้ว และเมื่อพ้นเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ส่งหนังสือบอกกล่าว นายทะเบียนก็จะออกคำสั่งขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา  1273/1 และมาตรา 1273/3

2.กรณีมีมูลเหตุอันสมควรเชื่อว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเลิกกันแล้วแต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ ไม่จัดทำรายงานการชำระบัญชีติดต่อกัน 3 ปี ไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายใน 3 ปีนับแต่วันที่รับจดทะเบียนเลิก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่งหนังสือฉบับที่ 1 ไปยังห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าข่ายจะถอนทะเบียนร้าง เพื่อให้ดำเนินการมีตัวผู้ชำระบัญชี หรือยื่นรายงานการชำระบัญชี หรือจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี แล้วแต่กรณี โดยให้ดำเนินการดังกล่าวภายใน 180 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือ เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด นายทะเบียนจะออกประกาศว่าจะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน โดยลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่หนึ่งครั้ง และส่งหนังสือฉบับที่ 2 แจ้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นว่า กรมฯจะขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้ว และเมื่อพ้นเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ส่งหนังสือบอกกล่าว นายทะเบียนก็จะออกคำสั่งขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/2  และมาตรา 1273/3 

ทั้งนี้ เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียนแล้ว ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นจะสิ้นสภาพนิติบุคคลทันที แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการและผู้ถือหุ้น ยังมีอยู่เหมือนเดิม และเรียกบังคับได้เสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นยังไม่ได้สิ้นสภาพนิติบุคคล แต่หากต้องการให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้างนั้นกลับคืนสู่ทะเบียน ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ที่ได้รับความเสียหายโดยไม่เป็นธรรมจากการที่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้จดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนได้ ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน และเมื่อศาลมีคำสั่งแล้วให้นำคำสั่งศาลมายื่นต่อนายทะเบียนเพื่อมีคำสั่งจดชื่อคืนสู่ทะเบียน โดยให้กลับคืนมาในฐานะอันใกล้ที่สุดกับฐานะเดิมเสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นไม่ได้ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเลย
         
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนนิติบุคคลที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและมีสถานะร้างแล้วรวมทั้งสิ้นจำนวน 89,856 ราย โดยแบ่งเป็นปี 2565 จำนวน 27,915 ราย ปี 2566 จำนวน 29,006 ราย และปี 2567 จำนวน 32,935 ราย ทำให้ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ยังดำเนินการอยู่รวมทั้งสิ้น 928,292 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ.2568)

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง