เงินเฟ้อ มี.ค.68 เพิ่ม 0.84% บวก 12 เดือนติด ประกาศปรับเป้าทั้งปีใหม่ พ.ค.นี้

img

เงินเฟ้อ มี.ค.68 เพิ่ม 0.84% บวกต่อเนื่อง 12 เดือนติด จากการสูงขึ้นของสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูป และราคาดีเซล ค่าเช่าบ้าน รวม 3 เดือน เพิ่ม 1.08% คาดไตรมาส 2 สูงขึ้นแบบชะลอตัวลง เตรียมปรับเป้าเงินเฟ้อทั้งปี 68 ใหม่ นำผลกระทบทรัมป์ขึ้นภาษีมารวม หากมีความชัดเจน คาดประกาศได้ต้น พ.ค.นี้ 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน มี.ค.2568 เท่ากับ 100.35 เทียบกับ มี.ค.2567 เพิ่มขึ้น 0.84% เป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์ และอาหารสำเร็จรูป ประกอบกับมีการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล และค่าเช่าบ้านเป็นสำคัญ ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก และหากรวมเงินเฟ้อ 3 เดือน ปี 2568 (ม.ค.-มี.ค.) เพิ่มขึ้น 1.08%

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อที่สูงขึ้น 0.84% มาจากการสูงขึ้นของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 2.35% โดยสินค้าสำคัญที่สูงขึ้น เช่น กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม กาแฟ (ร้อน/เย็น) กลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ (เนื้อสุกร ปลานิล ปลาทู กุ้งขาว) กลุ่มอาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว) กลุ่มผลไม้สด (ทุเรียน ฝรั่ง สับปะรด มะพร้าวอ่อน) กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร (น้ำมันพืช มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) น้ำพริกแกง) กลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง (ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ขนมอบ) และกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน น้ำตาลทราย) แต่มีสินค้าหลายรายการที่ราคาลดลง อาทิ ผักสดบางชนิด (มะนาว พริกสด ผักกาดขาว ขิง ผักชี ต้นหอม มะเขือ ขึ้นฉ่าย) ไข่ไก่ ไก่ย่าง ผลไม้บางชนิด (องุ่น มะละกอสุก) และอาหารโทรสั่ง (Delivery)

ส่วนหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลด 0.18% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว สบู่ถูตัว แป้งผัดหน้า) สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น น้ำยารีดผ้า) เครื่องรับโทรศัพท์มือถือ และเสื้อผ้า (กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดบุรุษและสตรี) โดยสินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น อาทิ น้ำมันดีเซล ค่าเช่าบ้าน และค่าแต่งผมบุรุษและสตรี 
         


ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือน มี.ค.2568 เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 0.86% ชะลอตัวลงจากเดือน ก.พ.2568 ที่สูงขึ้น 0.99% และรวม 3 เดือน ปี 2568 (ม.ค.-มี.ค.) เพิ่มขึ้น 0.89%
         
นายพูนพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 คาดว่าจะปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่ 1 ปี 2568 โดยไตรมาส 1 เงินเฟ้อเฉลี่ย 1.08% ไตรมาส 2 คาดว่าจะอยู่ที่เฉลี่ย 0.14-0.15% มีปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อลดลง จากการที่ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ฐานราคาผักสดและไข่ไก่ในปีก่อนหน้าอยู่ในระดับสูง ขณะที่ในปี 2568 สภาพอากาศเอื้ออำนวยมากกว่า ปี 2567 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบมากขึ้น การลดลงของราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลก โดยราคาในปีนี้ต่ำกว่าปีก่อนหน้า จึงส่งผลให้ราคาแก๊สโซฮอล์ภายในประเทศปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น จากวัตถุดิบต้นน้ำของสินค้าเกษตรบางชนิดราคายังอยู่ระดับสูง โดยเฉพาะพืชสวน เช่น มะพร้าว กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น ทั้งกะทิ กาแฟ และน้ำมันพืช และอาหารสำเร็จรูป โดยเฉพาะอาหารพร้อมทาน ราคายังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีการปรับราคาตามต้นทุนวัตถุดิบบางชนิดที่สูงขึ้น รวมถึงมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่มีผลกระทบในบางสินค้า ซึ่งจะต้องดูรายละเอียดและความชัดเจนอีกครั้ง แต่เบื้องต้นแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสินค้าที่กระทบ อาทิ น้ำมัน หรือสินค้าที่มีการเจรจาให้นำเข้าจากสหรัฐฯ อีกกลุ่มภาคบริการ ไม่กระทบ ทั้งค่าไฟฟ้า น้ำประปา บริการศึกษา แต่จะนำปัจจัยทั้งหมด มาพิจารณา และปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2568 ใหม่ น่าจะเป็นช่วง ต้นเดือน พ.ค.2568 ช่วงเดียวกับที่แถลงเงินเฟ้อประจำเดือน

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง