​บุกตลาดซาอุดิอาระเบีย

img

มีข่าวดีเข้ามาเรื่อย ๆ สำหรับตลาด “ซาอุดิอาระเบีย” หลังจากมีการฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันของ 2 ประเทศ  
         
ปัจจุบัน “การเดินทางระหว่างประเทศ” ได้มีการเปิดเที่ยวบินระหว่างกัน และสายการบินซาอุดิอาระเบีย ก็บินมาไทยแล้ว เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2565 ที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้บินมานานถึง 32 ปี ส่งผลให้ “การท่องเที่ยว” คึกคักขึ้นมาทันที 
         
การส่งออก “แรงงานไทย” ไปซาอุดิอาระเบีย ก็มีความคืบหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ “ข้อตกลงด้านแรงงาน” ได้ข้อยุติแล้ว คาดว่าจะมีการลงนามระหว่าง 2 ประเทศในเร็ว ๆ นี้ จากนั้น แรงงานไทยก็จะบินไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบียได้
         
ด้าน “การค้าขาย” ก็มีข่าวดีไม่แพ้กัน

ล่าสุด “ไก่ไทย” สามารถส่งออกไปยังตลาดซาอุดิอาระเบียได้แล้ว หลังจากที่ “กระทรวงพาณิชย์” ใช้ความพยายามผลักดันในเรื่องนี้นานถึงหนึ่งปีเต็ม ๆ
         
“นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” เล่าเบื้องหลังการทำงาน ว่า ย้อนไปหนึ่งปีที่แล้ว ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับกรมการค้าต่างประเทศ ไปเร่งเจรจากับซาอุดีอาระเบีย ในการหาลู่ทางส่งออกไก่แช่เย็น ไก่แช่แข็ง และไก่แปรรูป เพราะถือว่าเป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่ง
         
ที่ต้องใช้เวลา เพราะปีที่แล้ว เป็นช่วงโควิด-19 แล้วยังต้องรอให้ซาอุดิอาระเบียมาตรวจโรงงาน ทั้งหมด 11 โรงงาน

พอตรวจเสร็จ ก็ให้ระยะเวลาซาอุดิอาระเบียได้พิจารณา พอเห็นว่า “สมควรแก่เวลา” ก็ติดตามความคืบหน้า

จนเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2565 ทูตพาณิชย์ของไทย พร้อมด้วยอุปทูตไทยประจำซาอุดีอาระเบีย ได้เดินทางไปพบองค์การอาหารและยาซาอุดิอาระเบีย หรือ Saudi Food & Drug Authority (SFDA)  

ได้ข้อสรุปว่า “ยินดีเปิดไฟเขียวให้ไก่จากประเทศไทย” และ “ให้มีผลทันที”



ตอนนี้ เป็นเรื่องขั้นตอนกระบวนการทำงาน ทั้งเรื่องฮาลาล และอื่น ๆ คาดว่า อีกไม่นานไก่ไทยก็จะส่งออกไปซาอุดิอาระเบียได้

ทั้งนี้ ในปี 2564 ไทยส่งออกไก่ไปต่างประเทศประมาณ 9.12 แสนตัน มูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท เมื่อได้ตลาดซาอุดิอาระเบียมาเพิ่ม ก็จะส่งผลให้ไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้น
         
ไม่เพียงแค่นี้ กระทรวงพาณิชย์ โดย “กรมการค้าต่างประเทศ” กำลังวางแผน “ขยายตลาดข้าวไทย” ในซาอุดิอาระเบีย
         
ขณะนี้ได้ประสาน “ทูตพาณิชย์” ให้ช่วยทำการสำรวจ “ความต้องการ” ทำความรู้จักกับ “ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าข้าว” รายสำคัญของซาอุดิอาระเบียว่ามีใครบ้าง

เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ก็จะนำคณะผู้ประกอบการไทยเดินทางไปเจรจาซื้อขายข้าวทันที

ปัจจุบัน ซาอุดิอาระเบีย นำเข้าข้าว 100% โดยนำเข้าปีละ 1.2-1.6 ล้านตัน ปริมาณ 80% นำเข้าจากอินเดีย ที่เหลือนำเข้าจากปากีสถาน สหรัฐฯ เวียดนามและไทย แต่นำเข้าจากไทยน้อยมากแค่ 2%

ถ้าเจรจากันสำเร็จ ตกลงกันได้ ข้าวไทยก็มีโอกาสขายได้มากขึ้น  

ขณะที่ “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” กำลังเตรียมแผนการจัด “กิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยและบริการไทย” ในทุกรูปแบบ

ทั้งการประชาสัมพันธ์สินค้าไทย การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในซาอุดิอาระเบีย การจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ และอื่น ๆ  

พร้อมกับเตรียมจัด “สัมมนา” ให้ข้อมูล ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทย และจัดทำ “ระบบข้อมูล” ตลาดซาอุดิอาระเบียเชิงลึก เพื่อเป็น “คู่มือ” ให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs

เบื้องต้น ได้มีการสำรวจกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพออกมาแล้ว



โดย “สินค้าเกษตร” เช่น อาหารฮาลาล ข้าว ไก่สด ผลไม้ เนื้อปลา กาแฟ ขนมจากน้ำตาล อาหารปรุงแต่งจากธัญพืช อาหารสัตว์เลี้ยง ซอสปรุงรส อาหารแห่งอนาคต เป็นต้น

“สินค้าอุตสาหกรรม” เช่น รถยนต์และอุปกรณ์ ยางรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ

“บริการ” เช่น การให้บริการทางการแพทย์ โรงพยาบาล สถานพยาบาล โรงแรม และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

ใครอยู่กลุ่มไหน ก็เล็ง ๆ ไว้ เดี๋ยวกระทรวงพาณิชย์ “จัดหนัก จัดเต็ม” แน่นอน
         
ทางด้าน “กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ” กำลังเตรียมการจัดตั้ง “คณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ไทย-ซาอุดีอาระเบีย” เพื่อเป็นเวทีเจรจาการค้าระหว่างกันอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายนำไปสู่การจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกันในอนาคต
         
นายจุรินทร์ ย้ำว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเร่งทำงานตามแผน โดยมีเป้าหมาย เพื่อทำรายได้เข้าประเทศให้ได้เร็วที่สุด และเพิ่มขึ้นให้มากที่สุด
         
นอกจากนี้ หากสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลาย หรือสถานการณ์เอื้ออำนวย ก็จะจัด “คณะผู้แทนการค้า” และ “คณะนักธุรกิจจากไทย” เดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบีย และจากซาอุดีอาระเบียเยือนไทย เพื่อเจรจาการค้าและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อไป
         
เพราะ “ตลาดซาอุดิอาระเบีย” ถือเป็นตลาดสำคัญของไทยใน “ตะวันออกกลาง”
         
ปี 2564 มียอดการส่งออก 1,638 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 51,500 ล้านบาท ดูแล้วสามารถที่จะผลักดันให้เพิ่มขึ้นได้
         
และหลังจากที่ได้มีการหารือในเวที กรอ.พาณิชย์ ร่วมกับภาคเอกชน เห็นตรงกัน ปี 2565 จะผลักดันให้การส่งออกขยายตัวให้ได้ 6.2%
         
เท่าที่ดูตอนนี้ “แผนครบ กิจกรรมครบ” 

ลุยกันเลย !!!  
 
ซีเอ็นเอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง