​อย่ามองข้ามสินค้ากระแสปัง

img

ปี 2565 “กระทรวงพาณิชย์” ตั้งเป้าหมายการขยายตัวของ “การส่งออก” ไว้ที่ 3-4%
         
ดูแล้ว “ไม่มาก ไม่น้อย” เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 17.1%

ทำสถิติ “เติบโต” เกินไปกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 4% ถึง “กว่า 4 เท่าตัว”

โดยแผนการสนับสนุนการส่งออกของปี 2565 “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” ได้ทำไว้แล้ว เบ็ดเสร็จมีประมาณ 152 กิจกรรม

มีทั้งบุกตลาดหลัก ตลาดรอง และตลาดใหม่ ผ่านหลากหลายกิจกรรม ทั้ง “ออนไลน์ ออฟไลน์” 

ตอนนี้ ก็มีการดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่อง

ก็ว่ากันไป

แต่ที่พิเศษหน่อย ก็ตรงที่ “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ได้สั่งการเพิ่มเติม ให้มองหา “โอกาสใหม่ ๆ” ให้กับการส่งออกของไทย
         
มอบหมายให้ “ทูตพาณิชย์” ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ไปดูว่า มี “สินค้า” หรือ “บริการ” อะไร ที่กำลังเป็น “กระแสปัง”
         
เพื่อที่จะได้มาบอกกล่าวให้ผู้ส่งออกได้ “รับรู้” และ “เตรียมการ” เจาะตลาด
         
แบบว่า “อย่าตกเทรนด์”
         
ล่าสุด “นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” แจ้งความคืบหน้า ว่า มีทูตพาณิชย์หลายประเทศได้รายงานกันเข้ามาแล้ว
         
เริ่มจาก “ตลาดจีน” ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย ตอนนี้ “เครื่องดื่มไฮเอนด์” กำลังมาแรงมาก 
         
ที่เด่น ๆ เลย ก็น้ำแร่ น้ำผักผลไม้ เครื่องดื่มธัญพืช เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
         
หรือที่เด่นสุด ๆ ก็ “ชานมที่ดื่มแล้วไม่อ้วน” หรือ “ชานมแคลอรี่ต่ำ” กำลังเป็นกระแสบูม เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ “รักสุขภาพ” และผู้หญิงที่ใส่ใจเรื่อง “การควบคุมน้ำหนัก”
         


การเจาะตลาดสินค้ากลุ่มนี้ นางมัลลิกา บอกว่า ควรชู “จุดเด่น” ของการทำตลาดด้วยการใช้ “นมจากพืช” แทน “นมจากสัตว์” เน้นวัตถุดิบที่มีแคลอรีเป็นศูนย์ ใช้สารทดแทนน้ำตาล แสดงปริมาณแคลอรีให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมเน้นคีย์เวิร์ดสำคัญ เช่น “no milk added” “Oil Cut , Not Fat” แคลอรีต่ำ ไขมันต่ำ เป็นต้น
         
นอกจากนี้ ยังมีผลไม้ที่ยังเป็นกระแสปังต่อเนื่อง เช่น “ทุเรียน” ที่ยังปังไม่เลิก

หรือ “อาหารพร้อมทาน” ที่กำลังเติบโต โดยสินค้าที่มีโอกาส เช่น ต้มยำกุ้งกล่องกึ่งสำเร็จรูป หม้อไฟ ต้มยำกุ้งที่เป็นกล่องของขวัญ ส้มตำกึ่งสำเร็จรูป ทอดมันกุ้งหรือปลากึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น
         
“ตลาดสิงคโปร์” มีการเปิดตัว “ไวน์ถั่วเหลือง (Soy Wine)” เป็น “ครั้งแรกของโลก” จากเวย์ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตเต้าหู้ มีรสชาติคล้ายสาเก ผลไม้และดอกไม้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากถั่วเหลืองและปราศจากกลูเตน
         
จากการเปิดตัวไวน์ถั่วเหลืองนี้ นางมัลลิกา มีข้อเสนอถึงผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทย ควรเร่งส่งเสริมการวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการผลิต เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอาหารและเครื่องดื่มแบบยั่งยืนในสิงคโปร์ให้มากขึ้น
         
“ตลาดสหรัฐฯ” มีสินค้าที่กำลังเป็นกระแสปัง ก็คือ “นมสำหรับเด็ก” และ “ของใช้สำหรับเด็ก” เพราะตอนนี้ เกิด “ภาวะขาดแคลน” จากนโยบายปิดเมืองของจีน ทำให้การผลิตและส่งออกสะดุด ผู้นำเข้าสหรัฐฯ จึงหันไปหาแหล่งผลิตทดแทน
         
จุดนี้ เป็นโอกาสสำหรับไทยในการเจาะตลาดสินค้ารถเข็น เสื้อผ้า รองเท้า โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม เบาะรองนอน รวมถึงของเล่นสำหรับเด็ก
         
ที่ปังสุด ๆ ก็คือ “นมสำหรับเด็กที่ทำจากพืช” ที่มีแนวโน้มเติบโต จึงไม่ควรมองข้าม
         
“ตลาดลาตินอเมริกา” สินค้าที่เริ่มกลับมาเป็นกระแสและได้รับความนิยม หลังสถานการณ์โควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเสริมความงาม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง อาหาร ยาและเวชภัณฑ์
         


แต่ที่น่าจะปังกว่า คือ เครื่องสำอางจากส่วนผสมธรรมชาติ เครื่องปรุง อาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารที่ทำจากพืช เพราะตอนนี้เริ่มเป็นกระแสนิยม จากการปกป้องสิ่งแวดล้อม ใส่ใจสุขภาพ
         
ข้อเสนอเจาะตลาดลาตินอเมริกา ก็ไม่ยาก อย่าลืมใช้ประโยชน์จาก FTA ไทย-ชิลี เป็น “ใบเบิกทาง” และ “สร้างความได้เปรียบ”
         
นางมัลลิกา สรุปว่า การทำตลาดส่งออก นอกจากคุมคุณภาพ สร้างมาตรฐาน แต่อย่าลืมเพิ่มการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม
         
เพราะโลกทุกวันนี้ ไม่ใช่แข่งกันแค่ใครราคาถูกกว่า แต่แข่งกันที่สินค้าใครดีกว่า โดดเด่นกว่า โดนใจกว่า
         
แล้ว “อย่าลืม” พวก “สินค้ากระแสปัง” เพราะถ้าจับตลาด “ได้ก่อน” แบบ “มาถูกที่ ถูกเวลา” ก็มีโอกาส “ทำเงิน” ได้ก่อน “รวย” ก่อน
         
สินค้ากระแสปัง ไม่ได้มีแค่ที่ยกตัวอย่างให้เห็นข้างต้น แต่ยังมี “อีกมาก” ตอนนี้ทูตพาณิชย์ กำลังสืบเสาะ เสาะหา และติดตามเทรนด์ในแต่ละประเทศอยู่
         
จะมีการรายงานเข้ามาต่อเนื่อง
         
ส่วนผู้ส่งออกรายใด ที่ยังมองไม่เห็น “โอกาส” หรือมอง “กระแส” ไม่ออก หรือไม่รู้จะเจาะ “ตลาดไหน สินค้าอะไร”
         
หรือไม่รู้ จะเข้าไป “บุกเจาะ” ตลาดยังไง
         
กดโทรเบอร์นี้เลย 1169 สายด่วนการค้าระหว่างประเทศ หรือถ้าอยากสอบถามแบบออนไลน์ ก็ปรึกษาผ่านแอปพลิเคชัน DITP ONE ได้เลย
         
ปรึกษาได้หมด ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นไปจนถึงขั้นแอดวานซ์
         
กรมฯ นี้ เขาพร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว
 
ซีเอ็นเอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง