​Work From Home ไม่กระทบงานบริการ

img

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง สถิติผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นทำนิวไฮติดต่อกันมาหลายวัน ชนิดยังไม่เห็นจุดหักหัวลง
         
หากไม่ทำอะไร โอกาสที่การติดเชื้อจะทำสถิติใหม่ ก็จะเกิดขึ้นทุกวัน   
         
รัฐบาลได้สั่งการไปยังหน่วยงานราชการให้ทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home – WFH จนถึงสิ้นเดือนเม.ย.2564 และขอความร่วมมือภาคเอกชนให้พนักงานทำงานที่บ้านด้วย
         
เป้าหมาย เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19
         
กระทรวงพาณิชย์รับลูกนโยบายรัฐบาล ขอให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน เกือบจะ 100% ยกเว้นกลุ่มงาน หรือหน่วยงานที่จำเป็นจริงๆ ที่ต้องมาทำงาน ก็ให้สลับกันมาทำ
         
ขณะที่ “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ได้กำชับเป็นนโยบายไปว่า “สนับสนุนการทำงานที่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่งานให้บริการประชาชน จะต้องไม่หยุดชะงัก”
         
หลังนโยบายชัดเจน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมแผนรับมือทันที โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานบริการประชาชนและภาคธุรกิจ
         
ส่วนใหญ่ได้นำระบบ “ออนไลน์” มาใช้กับงานบริการ เพื่อลดการเดินทาง ลดการพบปะ และยังช่วยประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย
         


เริ่มด้วย “กรมการค้าต่างประเทศ” ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก นำเข้า ได้ออก 6 มาตรการมาช่วยผู้ประกอบการ ได้แก่ 1.ขยายเวลาวันหมดอายุบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้า 2.ให้ส่งคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออก-นำเข้าผ่านทางไปรษณีย์ และตรวจสอบผลได้ทางออนไลน์ 3.ขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกไปอาเซียน 4.ผลักดันใช้ระบบลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ 5.ให้บริการออกใบอนุญาตและหนังสือรับรองแบบไร้เอกสาร 6.อนุญาตให้ใช้แบบฟอร์มรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองมายื่นประกอบการขอรับหนังสือรับรองการได้สิทธิชำระภาษีตามพันธกรณี WTO
         
“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” เปิดให้บริการจองชื่อนิติบุคคลออนไลน์ จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจออนไลน์ ออกหนังสือรับรองนิติบุคคลออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน DBD e-Service ให้นำส่งงบการเงินทางออนไลน์ ที่สำคัญ เปิดให้จองคิวจดทะเบียนผ่าน www.dbd.go.th หรือแอปพลิเคชัน ได้ล่วงหน้า ก่อนเดินทางมายื่นคำขอจดทะเบียน
         
“กรมทรัพย์สินทางปัญญา” เปิดให้มีการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)  
         
“กรมการค้าภายใน” เปิดให้บริการแจ้งเรื่องร้องเรียนปัญหาราคาสินค้าและบริการ ผ่านสายด่วน 1569 หรือทางช่องทางออนไลน์ของกรมการค้าภายใน ตลอด 24 ชั่วโมง
         
“กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” นำบริการออนไลน์มาใช้ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการที่หลากหลาย ทั้งการปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศผ่าน Live Chat ทางแอปพลิเคชัน DITP ONE , สมัครเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ 100% ผ่านระบบ DITP Drive , อบรม สัมมนาผ่านระบบออนไลน์ ผ่าน e-Learning และ Webinar และจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกผ่านทางออนไลน์ เช่น เจรจาธุรกิจออนไลน์ และจัดงานแสดงสินค้าในรูปแบบ Mirror-Mirror
         


“กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ” จัดอบรม สัมมนา และประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงให้บริการข้อมูลความตกลงการค้าเสรี (FTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ www.dtn.go.th
         
“สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า” เตรียมจัดแถลงข่าวหรือชี้แจงการทำงานผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กไลฟ์ และจัดประชุมกับหน่วยงานต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อลดการร่วมตัวของคนหมู่มาก
         
ขณะที่องค์การมหาชน ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ 3 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD และศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้ใช้ช่องทางออนไลน์ในการให้บริการประชาชนแล้วเช่นเดียวกัน
         
สรุปได้ว่า แม้ข้าราชการซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน จะทำงานที่บ้าน แต่งานบริการที่เคยให้บริการประชาชน ภาคธุรกิจ ไม่ได้หยุดชะงักตามไปด้วย
         
ส่วนงานอื่นๆ นอกเหนือจากงานบริการ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า ประชาชนสามารถติดต่อได้หลายช่องทาง โดยค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่ หรือติดต่อสอบถามผ่านทางโทรศัพท์ สายด่วน เฟซบุ๊ก หรือแอปพลิเคชัน ที่หน่วยงานมี  
         
เพราะฉะนั้น “เบาใจได้” แม้คนไม่มาทำงาน แต่งานยังเดิน
         
สมกับที่เป็น “พาณิชย์ยุคดิจิทัล”
 
ซีเอ็นเอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง