“ศุภจี”นำทีมพาณิชย์และภาคเอกชน จัดกิจกรรม Latin Night กระชับความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-กลุ่มลาตินอเมริกา ชูเป็นตลาดศักยภาพ ระยะทางไม่ใช่ปัญหา ต่อความสัมพันธ์และการค้า เผยตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจนำเอกชนไทยลุยขยายตลาดต่อเนื่อง มีสำนักงานทูตพาณิชย์ 4 แห่ง ที่พร้อมผลักดันการค้า สบช่องดันบันเทิงไทยขยายตลาด หลังได้รับความนิยมสูง พร้อมโชว์ศักยภาพอาหารไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา Latin Night: “Viva La Fiesta” ณ ร้านอาหาร Paname Seafood Bar ชั้น 6 โครงการ Dusit Central Park (The Glasshouse เมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 พ.ค.2569 โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เอกอัครราชทูตและอุปทูตจาก 8 ประเทศลาตินอเมริกาประจำประเทศไทย ได้แก่ อาร์เจนตินา โคลอมเบีย กัวเตมาลา เม็กซิโก เปรู บราซิล ปานามา และชิลี รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนไทย อาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ตลอดจนหอการค้าบราซิล–ไทย และหอการค้าเม็กซิกัน–ไทย เข้าร่วม
โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นการเฉลิมฉลองมิตรภาพ วัฒนธรรม และศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดให้เป็นตลาดศักยภาพใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงและน่าจับตามอง ซึ่งแม้ระยะทางทางภูมิศาสตร์จะเป็นข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และต้นทุน แต่ไม่ใช่อุปสรรคต่อการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการคณะทำงานเฉพาะกิจ (Special Task Force) เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจไทยในการสำรวจและขยายโอกาสทางการค้าในประเทศอาร์เจนตินา บราซิล และชิลี ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหารกระป๋อง เครื่องปรุงรส ขนมขบเคี้ยว น้ำผลไม้ และอาหารสัตว์เลี้ยง ก่อนขยายโครงการต่อไปยังประเทศชิลีและเปรูในเดือน มี.ค.2569 เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์มีสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ กรุงเม็กซิโกซิตี้ นครเซาเปาโล กรุงซานติอาโก และกรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าและพันธมิตรทางธุรกิจทั่วทั้งภูมิภาค และยังมีแผนเชิญผู้นำเข้ารายสำคัญจากลาตินอเมริกาเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย เช่น Bangkok Gems and Jewelry Fair และ THAIFEX–Anuga Asia เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังใช้เวทีดังกล่าวในการผลักดัน Soft Power ไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และคอนเทนต์บันเทิงไทย ทั้งซีรีส์ ละคร และดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศของลาตินอเมริกา ตั้งแต่เม็กซิโกจนถึงบราซิล โดยในช่วงปลายเดือน ส.ค.2569 กระทรวงพาณิชย์เตรียมนำคณะผู้แทนการค้าเดินทางเยือนเม็กซิโก เพื่อขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ต่อยอดได้มากกว่าการค้าแบบดั้งเดิม
ภายในงาน DITP ยังได้นำเสนอสินค้าไทยและอาหารไทยคุณภาพ เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ศักยภาพสินค้าไทยสู่กลุ่มนักการทูตและภาคธุรกิจลาตินอเมริกา โดยเมนูอาหารหลักภายในงานรังสรรค์จากวัตถุดิบที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ได้แก่ “Panang Chicken Roulade” และ “Potato Lasagna Pork Larb Nam Tok” สะท้อนการผสมผสานอัตลักษณ์อาหารไทยร่วมสมัยสู่สากล
ขณะเดียวกัน มีการจัดแสดงสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์ไทยหลากหลายรายการ อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วงฟรีซดราย ข้าวแต๋นอบซอสต้มยำ มะม่วงอบแห้งเคลือบดาร์กช็อกโกแลตกลิ่นรัม มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว และสำโทแบรนด์เทพนม รวมถึง Mini Showcase สินค้าไทยศักยภาพ เช่น ซอสปรุงรสจากมะพร้าวอินทรีย์ น้ำหวานดอกมะพร้าวอินทรีย์ 100% ข้าวแต๋นไรซ์เบอร์รี่รสต้มยำ ผลิตภัณฑ์มะม่วงดาร์กช็อกรัมฉลองเบย์ ตลอดจนสินค้าไลฟ์สไตล์และงานหัตถศิลป์ไทย อาทิ ชุดแท่นวางเทียนทรงเจดีย์ระฆัง ชุดกระจกและขันอะลูมิเนียม ถุงหอมหินภูเขาไฟ และกระเป๋าพานพุ่มขนาดเล็ก พร้อมมอบสินค้าที่ได้รับตรา Thai SELECT เป็นของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมงาน

ในการจัดงานในครั้งนี้ ไทยเล็งเห็นถึงโอกาสในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมสำคัญที่ไทยและกลุ่มประเทศลาตินอเมริกามีศักยภาพร่วมกัน อาทิ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร พลังงานชีวภาพและพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ดิจิทัลคอนเทนต์ โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงหารือกับชิลีและเปรูในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับภูมิภาคลาตินอเมริกา มีประชากรรวมกว่า 650 ล้านคน ถือเป็นตลาดส่งออกและฐานการลงทุนใหม่ที่มีศักยภาพสูงของไทย โดยในปี 2568 การค้ารวมระหว่างไทยกับลาตินอเมริกา 47 ประเทศ มีมูลค่า 19,946.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.06% และในช่วง 3 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่าการค้ารวม 5,231.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.74% ส่วนการส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคลาตินอเมริกาในปี 2568 มีมูลค่า 13,038.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.03% และในช่วง 3 เดือนของปี 2569 มีมูลค่า 3,583.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.17% โดยตลาดสำคัญ ได้แก่ เม็กซิโก บราซิล อาร์เจนตินา ชิลี เปรู โคลอมเบีย ปานามา และกัวเตมาลา ตามลำดับ
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

