“ศุภจี”เปิดงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน” เตรียมเชื่อมข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กับหน่วยงานภาครัฐกว่า 320 แห่งให้ครบทุกหน่วยงาน หลังล่าสุดเชื่อมโยงไปแล้ว 180 หน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ไม่ต้องถูกเรียกสำเนาเอกสารอีกต่อไป ลดภาระทั้งเอกชน และภาครัฐ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า การขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังของหน่วยงานราชการทั้ง 320 แห่ง ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แบบ Real Time ผ่านเครือข่ายสารสนเทศของแต่ละหน่วยงาน โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเปลี่ยนการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษ เปลี่ยนผ่านไปสู่งานให้บริการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบให้กับหน่วยงานราชการ ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (BDEX : Business Data Exchange) สำหรับการตรวจค้นและตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลและระบบบริการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหน่วยงานภาครัฐ (DBD e-Service for Government)
ทั้งนี้ ในอนาคตวางเป้าหมายหน่วยงานราชการ จะยกเลิกการเรียกสำเนาหนังสือรับรองและสำเนาเอกสารนิติบุคคลกับประชาชน เป็นการอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนของหน่วยงานราชการ และลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทางมาติดต่อราชการ หรือการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ในรูปแบบกระดาษ ที่ถือเป็นต้นทุนของทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ

โดยปัจจุบัน มีหน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วกว่า 180 หน่วยงาน แต่ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มเติม อีก 140 หน่วยงาน และในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ได้ให้บริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยได้ออกหนังสือรับรองนิติบุคคลรวมจำนวน 2.3 ล้านฉบับ และออกสำเนาเอกสารทางทะเบียนและสำเนางบการเงินรวม 10 ล้านแผ่น ซึ่งต้องใช้กระดาษรวมแล้วประมาณ 19.2 ล้านแผ่นต่อปี การลดใช้เอกสารกระดาษจากการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐกว่า 320 แห่ง จะช่วยลดการใช้กระดาษได้มากกว่า 19.2 ล้านแผ่นต่อปี หรือเทียบเท่าการอนุรักษ์ต้นไม้กว่า 2,000 ต้น คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ต่อปี รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย
“ที่ผ่านมา เอกสารถือเป็นภาระสำคัญของประชาชนและภาคธุรกิจในการติดต่อราชการ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐในครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอน ลดการเดินทาง และลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นทางรอดที่ภาครัฐต้องเร่งปรับตัวและนำมาใช้ในการยกระดับการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”นางศุภจีกล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายผลักดันประเทศไทยเข้าสู่มาตรฐาน OECD ภายในปี 2573 ซึ่งการยกระดับรัฐบาลดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารภาครัฐ ของไทยให้เทียบเท่าสากล ทั้งในด้านความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการจัดงานครั้งนี้ มีผู้บริหารจาก 3 หน่วยงานหลัก ได้ร่วมกล่าวถึงทิศทางและการขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ โดย น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. เน้นย้ำความสำคัญของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐเพื่อยกระดับการบริการสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (e-Government) พร้อมระบุบทบาทของ ก.พ.ร. ในการผลักดันการบูรณาการข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยัน ความพร้อมของชุดข้อมูลนิติบุคคล และการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม และนางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ สพร. รักษาการแทนผู้อำนวยการ สพร. ระบุว่า ระบบ Government Data Exchange (GDX) มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ช่วยลดการขอสำเนาเอกสารราชการ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

