กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดอีคอมเมิร์ซในสวีเดน พบขยายตัวต่อเนื่องจนเป็นทางเลือกปกติในชีวิตประจำวัน ไม่แรงกระตุ้นชั่วคราวช่วงโควิด-19 ระบาด เผยสินค้าไทย ทั้งกลุ่มอาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร สินค้าของตกแต่งบ้าน งานหัตถกรรม และเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีโอกาสขายสูง แนะใช้ช่องทางออนไลน์บุกตลาด ชูความยั่งยืน สุขภาพ ความเป็นธรรมชาติ
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยล่าสุดได้รับรายงานจากน.ส.ณิชพร วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ถึงการสำรวจตลาดอีคอมเมิร์ซในสวีเดน และโอกาสของสินค้าไทย ที่จะใช้ช่องทางออนไลน์ในการเปิดตัวและจำหน่ายเข้าสู่ตลาดสวีเดน
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลว่า ปี 2568 เป็นปีที่อีคอมเมิร์ซสวีเดนทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมียอดขายรวม 153 พันล้านโครนสวีเดน (ประมาณ 17,074 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2567 และสูงกว่าช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเคยเป็นจุดสูงสุดเดิม โดยความแตกต่างสำคัญ คือ การเติบโตในปี 2568 ไม่ได้เกิดจากแรงกระตุ้นชั่วคราวเหมือนช่วงโรคระบาด แต่สะท้อนการตัดสินใจเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าออนไลน์เป็นทางเลือกปกติในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ PostNord ผู้ให้บริการไปรษณีย์และโลจิสติกส์แห่งชาติของสวีเดนและเดนมาร์ก ได้ติดตามการขยายตัวของสินค้าต่าง ๆ พบว่า เกือบทุกกลุ่มเติบโต ยกเว้นกลุ่มหนังสือและสื่อที่ชะลอตัว โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เภสัชกรรมขยายตัวโดดเด่นที่สุด เพิ่ม 24% สะท้อนแนวโน้มผู้บริโภคหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อสินค้าสุขภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน กลุ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านก็มีอัตราเติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวในตลาดที่อยู่อาศัยและการใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงบ้าน แต่การแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งจากผู้เล่นในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับแนวโน้มปี 2569 ผู้เชี่ยวชาญของ PostNord คาดว่า ตลาดยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง หากกำลังซื้อของครัวเรือนเพิ่มขึ้น แต่ด้วยสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน หากเกิดปัจจัยลบที่ไม่คาดคิด อาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายและส่งผลกระทบต่อการเติบโตของอีคอมเมิร์ซได้
น.ส.สุนันทากล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าว สะท้อนว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคสวีเดนได้เปลี่ยนผ่านจากแรงกระตุ้นชั่วคราวช่วงโควิด-19 ไปสู่พฤติกรรมถาวร โดยช่องทางออนไลน์มีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในรูปแบบ B2C และการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มค้าปลีกดิจิทัลของสวีเดนและกลุ่มประเทศนอร์ดิก การเติบโตในกลุ่มเภสัชภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน ยังชี้ถึงโอกาสในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตภายในบ้าน ซึ่งรวมถึงหมวดสินค้าของไทยที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มอาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร สินค้าของตกแต่งบ้าน งานหัตถกรรม และเฟอร์นิเจอร์ไม้
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดออนไลน์สวีเดนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ส่งออกไทยอาจต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้า การรับรองความปลอดภัย ความโปร่งใสด้านข้อมูลผลิตภัณฑ์ และความสามารถด้านโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน (cross-border e-commerce) มากขึ้น และการลงทุนด้านการตลาดดิจิทัล การจัดการข้อมูลลูกค้า และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดกลุ่มประเทศนอร์ดิก ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจละเลย เนื่องจากการมีสินค้าอยู่บนแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในปัจจุบัน
“ไทยสามารถใช้การเติบโตของอีคอมเมิร์ซในสวีเดนเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายการส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์แนวโน้มผู้บริโภคยุโรป เช่น ความยั่งยืน สุขภาพ ความเป็นธรรมชาติ และการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ การร่วมมือกับผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้า หรือแพลตฟอร์มท้องถิ่น เพื่อทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ตลาดโดยไม่แบกรับต้นทุนสูงเกินไป”น.ส.สุนันทากล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

