ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ธ.ค.68 มูลค่า 732.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลด 26.47% หากรวมทองคำ เพิ่ม 27.52% และรวมทั้งปี 68 ส่งออกไม่รวมทองคำ เพิ่ม 41.33% รวมทองคำ เพิ่ม 44.75% เผยเฉพาะทองปี 68 ขายได้สูงถึง 13,006.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 48.51% จากการเก็งกำไรราคาในตลาดโลก คาดปี 69 มีความท้าทายจากการค้าโลกผันผวน ภูมิรัฐศาสตร์ แต่จะได้การเจรจาการค้า FTA มาช่วยสร้างโอกาส แนะใช้เทคโนโลยีดิจิทัล AI ช่วยทำธุรกิจ ลดเสี่ยงราคาวัตถุดิบ
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน ธ.ค.2568 มีมูลค่า 732.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 26.47% กลับมาลดลงครั้งแรก หลังจากที่ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน หากรวมทองคำ มีมูลค่า 1,838.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 27.52% และการส่งออกรวมทั้งปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) ไม่รวมทองคำ มูลค่า 13,586.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 41.33% รวมทองคำ มูลค่า 26,593.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 44.75%
ทั้งนี้ การส่งออกเฉพาะทองคำในเดือน เดือน ธ.ค.2568 มีมูลค่า 1,106.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 148.38% จากการเก็งกำไรราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการอ่อนของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก และความไม่แน่นอนของนโยบายหลายประเทศ ส่งผลให้ทั้งปี 2568 การส่งออกทองคำมีมูลค่าสูงถึง 13,006.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 48.51% มีสัดส่วน 48.91% ของการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมด
ทางด้านตลาดส่งออกสำคัญ ฮ่องกงเพิ่ม 5.23% เยอรมนี เพิ่ม 12.35% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 111.84% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 33.99% อิตาลี เพิ่ม 8.33% ญี่ปุ่น เพิ่ม 16.62% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 2.77% ส่วนสหรัฐฯ ลด 0.71% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ และเบลเยียม ลด 19.37%

ส่วนการส่งออกสินค้า เครื่องประดับเงิน เพิ่ม 31.56% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 15.25% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 601.77% แพลทินัม เพิ่ม 369.33% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 8.48% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 10.14% ส่วนพลอยก้อน ลด 2.71% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ลด 13.06% เพชรก้อน ลด 41.86% เพชรเจียระไน ลด 20.99%
นายสุเมธกล่าวว่า ในปี 2569 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประมาณการจีดีพีโลกที่ 3.1–3.3% และมีความท้าทายจากความผันผวนของระบบการค้าโลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากนโยบายกีดกันทางการค้า และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะกดดันการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ส่วนแรงหนุนการส่งออก มาจากการเจรจาการค้าและ FTA ที่จะช่วยเปิดประตูการค้าใหม่ใหกับผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคการค้า และเพิ่มโอกาสในการส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หนุนการจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศ และสร้างการรับรู้และแบรนด์ไทยในระดับสากล
สำหรับปี 2569 ผู้ประกอบการควรเร่งปรับตัวด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารต้นทุน และกระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานจากความผันผวนของโลจิสติกส์และวัตถุดิบ ควรเฝ้าระวังความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าโลก ซึ่งอาจกระทบการส่งออกและการลงทุน พร้อมทั้งเตรียมรับแรงกดดันจากมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความผันผวนของตลาดการเงินและต้นทุนทางการเงินโดยรวม ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ความผันผวนรุนแรงของราคาทองคำและโลหะมีค่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและราคา การปรับตัวจากการขายตามน้ำหนัก มาเป็นการขายคุณค่าและนวัตกรรม จะช่วยให้อัญมณีและเครื่องประดับไทยยังคงเปล่งประกายได้ในเวทีการค้าที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

