​“พาณิชย์”จับมือ บก.ปอศ. ลุยจับสินค้าปลอม ยึดกว่าหมื่นชิ้น เสียหาย 14.9 ล้าน

img

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าของสิทธิ์ ลงพื้นที่จับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในกรุงเทพฯ พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายเดือน ม.ค.69 จับได้ 32 คดี ยึดของกลางปลอมแบรนด์ดัง 11,802 ชิ้น มูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจ 14.9 ล้านบาท ยันเดินหน้าลุยต่อ พร้อมขอช่วยกันแจ้งเบาะแส
         
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 15-31 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา กรมได้ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรฐกิจ (บก.ปอศ.) และตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเจ้าของสิทธิ์ ลงพื้นที่ตรวจสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่วางขายในห้างและร้านค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออก สามารถจับกุมผู้ต้องหา 25 คน รวม 32 คดี ยึดของกลางจำนวน 11,811 ชิ้น

โดยสินค้าที่จับกุมได้ เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดัง เช่น Chanel, Valentino, Chloe, Louis Vuitton, Hermes, Dior, Gucci, Lancôme, YSL, Adidas, Nike เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทรองเท้า เสื้อ กางเกง กระเป๋า ถุงเท้า น้ำหอม แก้วเก็บความเย็น เครื่องเขียน และโซ่ใบเลื่อย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว



สำหรับรายละเอียดการดำเนินการ แบ่งเป็นชุดจรยุทธ์ลงตรวจพื้นที่ศูนย์การค้าและย่านการค้าสำคัญในเขตกรุงเทพมหานคร เช่น ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวันและราชเทวี และชุดระดมตรวจสอบแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเก็บสินค้าในพื้นที่ภาคเหนือ (พิษณุโลก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พะเยา น่าน และเชียงใหม่) และภาคตะวันออก (นครนายก สระแก้ว จันทบุรี ตราด และชลบุรี) เช่น ตลาดโรงเกลือ ตลาดไนท์บาซาร์ ห้างสรรพสินค้าไมค์ชอปปิ้งมอลล์ บริเวณหาดพัทยา เป็นต้น มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นและตัดตอนแหล่งค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งเน้นพื้นที่เป้าหมายที่เป็นอาคารเก็บสินค้า ย่านการค้า และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อป้องกันการกระจายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยวว่าไทยไม่ใช่แหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิด พร้อมกับรณรงค์ไม่ให้นักท่องเที่ยวสนับสนุนสินค้าดังกล่าว

“การป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือทุกภาคส่วนไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าปลอมทุกรูปแบบ โดยกรมจะเดินหน้าเฝ้าระวังและปราบปรามสินค้าละเมิดในพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านการค้า ศูนย์การค้า และแหล่งท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการค้าและการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นแนวร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวัง หากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสผ่านทางเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th หัวข้อบริการ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” หรือแจ้งทางสายด่วน โทร. 1368”นางอรมนกล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้บูรณาการการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บก.ปอศ) กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยสามารถจับกุมดำเนินคดีรวม 1,180 คดี ลดลง 17.37% ได้ของกลาง 3,506,078 ชิ้น เพิ่มขึ้น 24.32% มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,175,736,896 บาท เพิ่มขึ้น 64.10%

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง