​“พาณิชย์” จับร้านค้า โรงบรรจุก๊าซ 3 ราย เติมปริมาณไม่เต็ม เอาเปรียบผู้บริโภค

img

กรมการค้าภายในจับกุมร้านค้า โรงบรรจุก๊าซ รวม 3 ราย บรรจุไม่เต็มปริมาณ พบปริมาณขาดหายไปตั้งแต่ 0.5 กิโลกรัม จนถึง 1.5 กิโลกรัม ทำการเปรียบเทียบปรับ และส่งตำรวจดำเนินคดีทันที พร้อมแจ้งเตือนผู้บริโภค ให้หมั่นสังเกต หากซื้อมาใช้แล้วปริมาณหมดเร็วกว่าปกติ ก็ให้สงสัยไว้ก่อน หรือหากพบถูกเอาเปรียบ แจ้งได้ที่สายด่วน 1569 เผยปีนี้จับกุมไปแล้วรวม 14 ราย
         
นายชาตรี อารีวงศ์ ผู้อำนวยการกองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา กองชั่งตวงวัด ได้ออกตรวจสอบและจับกุมร้านค้าและโรงบรรจุก๊าซที่บรรจุไม่เต็มปริมาณรวม 3 ราย ได้แก่ วันที่ 19 พ.ค.2566 ได้จับกุมร้านค้า ใน จ.สมุทรปราการ หลังมีผู้ร้องเรียนว่าได้ซื้อก๊าซหุงต้ม ขนาด 4 กิโลกรัม (กก.) และใช้หมดเร็วกว่าปกติ จึงได้เข้าไปตรวจสอบก๊าซหุงต้มที่ร้านแห่งนี้ จำนวน 5 ถัง พบว่า น้ำหนักของก๊าซหุงต้มแต่ละถังขาดไปถังละ 0.5 กก. จึงได้จับกุมและดำเนินคดีในข้อหาขายหรือจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อขายหรือจำหน่ายซึ่งสินค้าหีบห่อที่แสดงปริมาณไว้ โดยรู้ว่าปริมาณของสินค้าที่บรรจุในหีบห่อไม่ถูกต้องตามที่แสดงไว้ซึ่งน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนตามมาตรา 85 และมาตรา 88 แห่ง พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
         
สำหรับรายที่ 2 เป็นโรงบรรจุก๊าซ สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต 2-5 สุรินทร์ บูรณาการร่วมกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดศรีสะเกษ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบโรงบรรจุก๊าซหุงต้มใน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2566 จากการสุ่มตัวอย่างถังบรรจุก๊าซขนาด 15 กก. ที่บรรจุเรียบร้อยแล้ว จำนวน 60 ถัง พบว่า มีน้ำหนักของก๊าซหุงต้มแต่ละถังขาดไปถังละ 1.5 กก. ทุกถัง และจากการตรวจสอบเครื่องชั่งที่ใช้ชั่งน้ำหนักก๊าซที่บรรจุ พบว่า เครื่องชั่งแสดงค่าน้ำหนักถูกต้อง  แสดงว่าผู้บรรจุก๊าซมีเจตนาที่จะบรรจุก๊าซหุงต้มให้ไม่ครบตามน้ำหนักที่แสดงไว้ข้างถัง จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนเขวา เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีในข้อหาบรรจุสินค้าหีบห่อโดยรู้ว่าปริมาณของสินค้าที่บรรจุในหีบห่อไม่ถูกต้องตามที่แสดงไว้ซึ่งน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามมาตรา 84 แห่งพ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
         


ส่วนรายที่ 3 เป็นโรงบรรจุก๊าซ ศูนย์ชั่งตวงวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) ร่วมกับสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต 2-5 สุรินทร์ สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต 2-4 อุบลราชธานี และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ เข้าตรวจสอบโรงบรรจุก๊าซหุงต้มแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2566 โดยจากการสุ่มตัวอย่างถังบรรจุก๊าซหุงต้มขนาด 15 กก. ที่บรรจุเรียบร้อยแล้ว จำนวน 17 ถัง พบว่า มีน้ำหนักของก๊าซหุงต้มแต่ละถังขาดไปถังละ 0.4-0.5 กก. จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ในข้อหาบรรจุสินค้าหีบห่อโดยรู้ว่าปริมาณของสินค้าที่บรรจุในหีบห่อไม่ถูกต้องตามที่แสดงไว้ซึ่งน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามมาตรา 84 แห่งพ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้นำตัว เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
         
“การบรรจุหรือการขายก๊าซหุงต้มที่บรรจุไม่เต็มปริมาณถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค จึงขอแจ้งเตือนร้านค้าที่รับก๊าซหุงต้มบรรจุถังมาจำหน่าย ต้องตรวจสอบความถูกต้องของน้ำหนักก๊าซด้วย และขอแนะนำให้ประชาชนซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ และควรสังเกตว่าปริมาณก๊าซที่บรรจุนั้น สามารถใช้ประกอบอาหารได้เท่ากับที่เคยใช้หรือไม่ หมดเร็วผิดปกติหรือไม่ เช่น ถ้าปกติเคยใช้ก๊าซหุงต้ม 15 กก. ได้เป็นเวลา 3 เดือน ต่อมาใช้ได้น้อยกว่านั้น ควรตรวจสอบสาเหตุว่าก๊าซที่ซื้อมานั้น บรรจุเต็มน้ำหนักหรือไม่ หรือเกิดจากปัญหาอื่น เช่น การรั่วซึม เป็นต้น”นายชาตรีกล่าว
         
ทั้งนี้ ในปี 2565 มีการจับกุมโรงบรรจุและร้านค้าจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ตามพ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งสิ้น 25 ราย และตั้งแต่ปี 2566-ปัจจุบัน มีการจับกุม ทั้งสิ้น 14 ราย โดยกรมฯ จะยังคงเข้มงวดในการตรวจสอบความถูกต้องของปริมาณบรรจุก๊าซหุงต้มและสินค้าหีบห่ออื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้กับประชาชนผู้บริโภค หากประชาชนหรือร้านค้ามีข้อสงสัยหรือพบว่าน้ำหนักก๊าซหรือสินค้าอื่น ๆ ที่บรรจุในหีบห่อไม่ครบตามปริมาณที่แสดง สามารถแจ้งมาที่สายด่วน 1569 หรือ line @MR.DIT

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง