​“พาณิชย์”จับขายหน้ากากอนามัยแพง ผ่านไลน์และร้านค้าทั่วไป ได้เพิ่มอีก 2 ราย

img

“พาณิชย์”สรุปผลการจับกุมสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ เผยจับผู้กระทำความผิดจำหน่ายหน้ากากอนามัยแพงเกินจริงได้อีก 2 ราย เป็นการจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ 1 ราย และร้านค้าทั่วไป 1 ร้าน มียอดรวมจับกุมทั้งสิ้น 267 ราย ส่วนไข่ไก่ไม่พบผู้กระทำผิด หลังสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ได้อีก 2 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 1 ราย เป็นการจับกุมผู้จำหน่ายสินค้าทางแอปพลิเคชันไลน์ 1 ราย ในเขตประเวศ กรุงเทพฯ จำหน่ายหน้ากากอนามัย กล่องละ 50 ชิ้น ราคากล่องละ 750 บาท เฉลี่ยชิ้นละ 15 บาท โดยเป็นสินค้านำเข้าจากจีน มีปริมาณ 5,500 ชิ้น และไม่ได้แจ้งปริมาณ ราคาจำหน่ายต่อคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จึงได้แจ้งข้อหาตาม มาตรา 25 (5) ไม่แจ้งราคาต้นทุนการซื้อขาย และสต๊อก และข้อหาตามมาตรา 29 ค้ากำไรเกินควร

ส่วนในต่างจังหวัดจับกุมได้ 1 ราย เป็นการกระทำความผิดจำหน่ายหน้ากากอนามัยแพงเกินราคาสมควร (มาตรา 29) ที่อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยทำการล่อซื้อจับกุมร้านค้า พบจำหน่ายในราคากล่องละ 750 บาท เฉลี่ยชิ้นละ 15 ได้แจ้งข้อหาตามมาตรา 29 ค้ากำไรเกินควร ทำให้สถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์และแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นเป็น 267 ราย แยกเป็นกรุงเทพฯ 132 ราย และต่างจังหวัด 135 ราย

สำหรับโทษที่ผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ข้อหาขายเกินราคาควบคุม มาตรา 25 (1) และมาตรา 25 (5) ไม่แจ้งต้นทุนซื้อ ขาย สต๊อก มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ ไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย มาตรา 28 มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ข้อหาขายแพงเกินสมควร (มาตรา 29) มีอัตราโทษจำคุก ไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทางด้านการจับกุมผู้กระทำความผิดจำหน่ายไข่ไก่เกินราคาทั่วประเทศ ณ วันที่ 6 เม.ย.2563 ไม่พบผู้กระทำความผิดเพิ่ม ทำให้มียอดรวมการจับกุมทั่วประเทศอยู่ที่ 26 รายคงเดิม เพราะขณะนี้ สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งการผลิต การกระจายไข่ไก่ และการจำหน่าย

“หากประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือค้ากำไรเกินควร ขอให้ร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 และในต่างจังหวัดร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด จะมีการเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดทันที”นางลลิดากล่าว

>>>ติดตามข่าวสารพาณิชย์แบบฉับไว ส่งตรงถึงมือถือได้ที่ http://line.me/ti/p/%40uld0329i
>>>ติดตามข่าวสารพาณิชย์ ผ่านทวิตเตอร์ https://twitter.com/CNAOnlineTwit  

 

ติดตามข่าวสารผ่าน LINE
Add friend ที่ @cnaonline
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter