การตลาดคิดนอกกรอบ

img

ถ้าคิดแบบเดิม ก็จะได้ผลแบบเดิม ให้คิดใหม่อย่างรอบคอบ ก็จะได้สิ่งใหม่ ๆ แตกต่างจากอดีตที่เคยเผชิญมา” นี่เป็นหนึ่งในคำพูดที่ “นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” คิดและมอบนโยบายให้กับ “ทีมบริหาร” ของกระทรวงพาณิชย์รับไปดำเนินการ
         
นายภูมิธรรม เคยอธิบายไว้ว่า ไม่อยากให้พาณิชย์ทำงานแบบเดิม ๆ เพราะทุกวันนี้ โลกเปลี่ยนไป อะไรที่เคยทำแล้วดีในอดีต มาวันนี้ อาจจะไม่ได้ผลก็ได้ จึงต้องมีการปรับ “แผน” และนำ “กลยุทธ์ใหม่ ๆ” มาใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะ “การตลาด” รูปแบบใหม่ ที่ไม่อยู่ในกรอบเดิม ๆ
         
หากย้อนหลังกลับไป นับตั้งแต่นายภูมิธรรม ได้ให้นโยบายกับทีมพาณิชย์ ปรากฎว่า ใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือน ผลงานการ “คิดนอกกรอบ” ได้เริ่ม “ผลิดอกออกผล” ออกมาแล้ว  
         
ที่เห็น “เป็นรูปธรรม” และสร้าง “ความฮือฮา” ได้เป็นอย่างมาก เริ่มจากการผลักดัน “สินค้า” และ “บริการ” ของไทยสู่สากล
         
โดย “กระทรวงพาณิชย์” ได้ลงนาม “บันทึกแสดงเจตจำนงความร่วมมือ (MOI)” กับ “บริษัท บี ออน คลาวน์ จำกัด” ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากลผ่านซีรีส์วาย เพราะกำลังเปิดตัวซีรีส์ใหม่ “SHINE (ชาย)” ที่นำแสดงโดย “มาย ภาคภูมิ ร่มไทรทอง” และ “อาโป ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์

ถัดมาสด ๆ ร้อน ๆ ได้ลงนาม MOI การผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากลผ่าน “ซีรีส์ยูริ (Girls’ Love)” ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ “บริษัท ไอดอลแฟคทอรี่ จำกัด” ที่จะเปิดตัวซีรีส์ใหม่ “ปิ่นภักดิ์” นำแสดงโดย “รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง หรือเบ็คกี้” และ “สโรชา จันทร์กิมฮะ หรือฟรีน” ซึ่งเป็นสองดาราสาวดาวรุ่งจากซีรีส์ทฤษฎีสีชมพู (GAP The series)
         


ทั้ง 2 ความร่วมมือนี้ มี “หลักการ” เดียวกัน คือ จะผลักดันสินค้าและบริการของไทย เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในซีรีส์ ทั้งใช้ประกอบฉาก ใช้ “เป็นอาหาร” บนโต๊ะอาหารในตอนที่มีการบริโภค แนะนำ “สถานที่เที่ยว” ช่วงที่มีการท่องเที่ยว กระทั่งส่งเสริมตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น Thai SELECT หรือ T-Mark เป็นต้น   
         
เป้าหมาย ก็เพื่อ “สร้างการรับรู้” สินค้า บริการ วัฒนธรรมของไทย ในฐานะเป็นหนึ่งใน “ซอฟต์ พาวเวอร์” ที่สำคัญอีกแขนงหนึ่ง ที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์กำลังผลักดัน
         
ผลที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างการรับรู้ ก็คือ “แฟนคลับ” ของดารานำ ทั้ง “มาย-อาโบ” และ “ฟรีนเบค” ที่มีฐานกระจายอยู่ทั่วโลก จะ “ตามรอย” ทั้งการบริโภคสินค้าไทย อาหารไทย และการท่องเที่ยวในแหล่งถ่ายทำซีรีส์ ที่จะส่งผลดีต่อการ “สร้างงาน-สร้างรายได้” ในอนาคต
         
การทำการตลาดแบบ “คิดนอกกรอบ” ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ล่าสุด “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” กำลังจะขับเคลื่อนการใช้ “อินฟลูเอนเซอร์” ช่วยขายสินค้าไทย
         
ตอนนี้ ทราบมาว่า กำลังเตรียมจัด “มหกรรมไลฟ์ คอมเมิร์ซ” โดยใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงของจีนจำนวน 30-50 ราย มาไลฟ์สดขายสินค้าไทย
         
ความคืบหน้า ณ ขณะนี้ ได้มีการ “คัดเลือก” สินค้าจาก SMEs จำนวน 250 บริษัท เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว อัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าแฟชัน เป็นต้น ได้แล้ว และกำลังให้อินฟลูเอนเซอร์ของจีนเลือกว่าจะไลฟ์ขายสินค้าอะไร
         


ที่ต้องให้อินฟลูเอนเซอร์แต่ละราย “คัดเลือก” เพราะแต่ละรายมี “ความเชี่ยวชาญ” ในการไลฟ์ขายสินค้าแตกต่างกัน แต่ละคนก็จะเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับตัวเองไปไลฟ์ขาย
         
จากนั้น “เมื่อขายจบ” ก็จะมาดูว่า อินฟลูเอนเซอร์รายใด ขายสินค้าได้ดี มียอดพุ่ง ติด 1 ใน 10 อันดับแรก ก็จะเชิญมา “เมืองไทย” เป็นแขกของกระทรวงพาณิชย์เพื่อ “เชิดชูเกียรติ
         
ส่วนเป้า “ยอดขาย” จะเป็นเท่าไร และจะ “ขายได้” มากน้อยแค่ไหน ตอนนี้ “ยังไม่รู้” แต่รู้ว่า “ขายได้แน่ ๆ
         
เพราะมี “ตัวอย่าง” ความสำเร็จเกิดขึ้นแล้ว ก็คือ การนำอินฟลูเอนเซอร์จีน มาไลฟ์สดขายสินค้า “อัญมณีและเครื่องประดับ” ในงาน “บางกอก เจมส์” ที่เพิ่งจัดไปเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.2567 ที่ผ่านมา
         
งานนี้วันเดียว ขายได้กว่า 400 ล้านบาท
         
ต่อไป เมื่อ “จัดงานแสดงสินค้า” ในประเทศ หรือ “ไปร่วมงานแสดงสินค้า” ในต่างประเทศ ก็จะใช้อินฟลูเอนเซอร์จากประเทศเป้าหมาย มาไลฟ์ขายสินค้าควบคู่ไปด้วย
         
ทั้งหมดนี้ พูดได้ว่าเป็น “มิติใหม่” ของการทำงานแบบ “คิดนอกกรอบ” ที่กำลังเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
         
แล้วยังเป็น “รูปแบบ” และ “วิธีการ” ที่ทันสมัย สอดคล้องกับ “สถานการณ์การค้า” ในโลกยุคปัจจุบัน ที่ไม่ “ยึดติด” กับรูปแบบเดิม ๆ  
         
ประมาณว่า “ใครเร็ว ใครไว” ก็ทำเงินได้ก่อน
         
เห็น “กระทรวงพาณิชย์” ทำงานแบบนี้
         
ดีใจ” แทนผู้ประกอบการไทยจริง ๆ
         
ซีเอ็นเอ
 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง