งานท้าทาย “ภูมิธรรม เวชยชัย”

img

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” และ “นายนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์” 2 รัฐมนตรีใหม่พาณิชย์ ได้ถือ “ฤกษ์งามยามดี” วันที่ 7 ก.ย.2566 ที่ผ่านมา เดินทางเข้า “กระทรวงพาณิชย์” เป็นครั้งแรก  
         
โดยทั้ง 2 ท่านได้เข้าสักการะ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” ประจำกระทรวงพาณิชย์ เริ่มจาก ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าแม่ทุ่งน้อย พระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท พระประทานพร พระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และหลวงพ่อโอภาสี 
           
จากนั้นนายภูมิธรรมได้เริ่มงาน “อย่างไม่เป็นทางการ” ร่วมหารือกับ “ทีมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์” นำโดย “นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์” พร้อมด้วย “อธิบดีกรมต่าง ๆ” และ “ผู้บริหารองค์การมหาชน” ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด
         
เป็นการ “รับฟัง” สิ่งที่ทำอยู่ สิ่งที่จะทำต่อ ก่อนที่จะ “ประมวลผล” และประกาศเป็น “นโยบายในการบริหารงานพาณิชย์” ต่อไป หลังจากที่ได้ “แถลงนโยบาย” ต่อรัฐสภาแล้ว
         
ทั้งนี้ “นายภูมิธรรม” มีกำหนดนัดหารือร่วมกับทีมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 14 ก.ย.2566 ซึ่งครั้งนี้ จะถือเป็นการเดินหน้าการทำงาน “อย่างเป็นทางการ” และคาดว่าจะมี “ความชัดเจน” เกี่ยวกับ “นโยบาย” และ “แผนงาน” ที่จะใช้ “ขับเคลื่อน” และ “บริหารงาน” กระทรวงพาณิชย์ออกมา
         
ส่วน “หน้าตา” จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะมา “รายงาน” ให้ทราบอีกครั้ง
         
แต่สิ่งที่ “ผู้เขียน” มองว่า เป็นงาน “ท้าทาย” และเป็นงาน “เร่งด่วน” ที่นายภูมิธรรม จะต้อง “ทำก่อน” และ “ทำทันที” ตามที่ “นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ได้ให้นโยบายเอาไว้

ดูแล้วมี “เรื่องใหญ่ ๆ” ของกระทรวงพาณิชย์ ไม่กี่เรื่อง ที่ต้องทำก่อนและทำทันที

ที่ชัด ๆ เลย ก็เรื่อง “ปากท้อง” ที่เป็นปัญหาที่ทุกคนต่าง “รอดู” ความชัดเจนว่าจะ “ทำยังไง” และ “แก้ยังไง” เพื่อ “ลด” และ “บรรเทา” ภาระค่าครองชีพลงมา
         


ก็อย่างที่รู้กัน ปัญหา “ราคาสินค้า” ที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเพราะได้รับ “ผลกระทบ” จาก “สงครามรัสเซีย-ยูเครน” ที่ทำให้ราคา “ธัญพืชโลก” ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มปศุสัตว์ ทำให้ “ราคาน้ำมัน” ซึ่งเป็นต้นทุนในการขนส่ง ทำให้ “ราคาก๊าซธรรมชาติ” ซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิตปุ๋ยเคมี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบัน หลายตัวราคาเริ่ม “ลดลง” แล้ว แต่ก็ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง
         
การจะไป “บีบ” ให้ผู้ผลิตลดราคาสินค้าทันที คงเป็น “เรื่องยาก” เพราะตอนที่ “ต้นทุน” สูงขึ้น “กรมการค้าภายใน” ก็ไม่ได้ “ไฟเขียว” ให้สินค้าขึ้นราคา มีแต่ “ดึงไว้” และ “ตรึงไว้” ยกเว้นแค่บางรายการเท่านั้นที่ได้ขึ้น แล้วที่ได้ขึ้นไป ตอนนี้ ก็ลดลงมาแล้ว ที่ชัด ๆ เลย ก็ “ปุ๋ยเคมี” ส่วนรายการอื่น ๆ ที่ไม่ได้ขึ้น บางราย “มาร์จิ้น” ก็แทบจะไม่เหลือ จะให้ “ลดราคา” อีก คงยาก
         
ทางออกในเรื่องนี้ ดูแล้วมี “ไม่กี่ทาง” ทางหนึ่ง ต้องหาทางลด “ต้นทุน” ให้กับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น “ค่าไฟ-น้ำมัน” ที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ รวมไปถึงต้นทุน “วัตถุดิบ” ที่ต้องหาทางปรับลดลงมา เพื่อไม่ให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ จนกระทบต่อราคาสินค้าอีก ส่วนจะให้ “ลดราคา” ลงมา คงต้องมี “ยาแรง” ที่ช่วยได้จริง ๆ ก็ต้อง “รอลุ้นดู” จะมีหรือไม่

ส่วนการหาทาง “บรรเทา” ภาระค่าครองชีพให้กับ “ผู้มีรายได้น้อย-กลุ่มคนยากจน” ก็ต้องรอดูว่านายภูมิธรรมจะมีมาตรการในเรื่องนี้ยังไง
         
สำหรับ “สินค้าเกษตร” ที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอว่า “นโยบาย” ขับเคลื่อนหน้าตาจะเป็นอย่างไร “จำนำข้าว-ประกันรายได้” จะมาหรือไม่ แต่ทว่าล่าสุด หัวหน้ารัฐบาลฟันธงออกมาแล้ว “ไม่เอา” ทั้ง 2 นโยบาย นายภูมิธรรมก็ต้องมาหา “ทางออก” ว่าจะใช้มาตรการอะไรในการ “กำกับ-ดูแล” ราคาสินค้าเกษตร ที่ตอนนี้ ดูแล้วยังไม่มีปัญหา เพราะราคาทรงตัวอยู่ในระดับสูงเกือบจะทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็น “ข้าว-มันสำปะหลัง-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-ปาล์มน้ำมัน” รวมถึง “ผลไม้” ที่เป็น “ปีทอง” ในหลาย ๆ ชนิด
         


การส่งออก” เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่า “หนักใจ” เพราะปัจจุบัน “ชะลอตัวลง” อย่างต่อเนื่อง ติดลบมาแล้ว 10 เดือนติดต่อกัน ก็ต้องมาดูว่า “มาตรการเชิงรุก” ที่จะขับเคลื่อนการส่งออกในช่วง “โค้งสุดท้าย” ของปีนี้จะเป็นอย่างไร เพื่อให้การส่งออกเข้าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1-2% หรือถ้าติดลบ ก็ต้องติดลบน้อยที่สุด
         
ทางด้าน “การเจรจาการค้า” เพื่อ “เปิดตลาด” หรือ “สร้างโอกาส” ให้กับผู้ประกอบการไทย ปัจจุบันมี FTA ที่อยู่ระหว่างการเจรจาหลายฉบับ และต่อคิว “ปิดดีล” ภายในปี 2 ปีนี้ รวม ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 8 ฉบับ และอยู่ระหว่างศึกษาทำ FTA กับประเทศและกลุ่มประเทศใหม่ ๆ อีกจำนวนมาก ก็ต้องมาดูว่า อะไรจะเป็น “วาระเร่งด่วน” ที่จะเดินหน้าต่อนับจากนี้ไป
           
ขณะที่ “การดูแล SMEs ผู้ประกอบการตัวเล็ก ตัวจิ๋ว” เป็นอีกเรื่องที่น่า “จับตา” เพราะจะเป็น “แรงขับสำคัญ” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมไปถึง “การอำนวยความสะดวกทางการค้า” และ “การสร้างปัจจัยแวดล้อม” ที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจที่ต้องมีความชัดเจน เพราะผู้ประกอบการรอดูอยู่
         
ส่วนเรื่อง “เร่งด่วน” อีกเรื่องหนึ่ง ที่ถือว่า “สำคัญ” ไม่แพ้กัน ก็คือ “การแต่งตั้งข้าราชการ” ที่สิ้นเดือน ก.ย.2566 นี้ จะมีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุ 2 คน คือ “นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า” และ “นายวันชัย วราวิทย์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์” ที่ต้องหา “ผู้ที่เหมาะสม” ขึ้นมาทดแทน
         
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ แม้จะไม่ใช่ “ภารกิจงาน” ทั้งหมดของกระทรวงพาณิชย์ แต่ก็ถือเป็น “เรื่องสำคัญ-เร่งด่วน” ที่หลายคนจับตารอดูอยู่ ว่า รัฐมนตรีพาณิชย์คนใหม่ที่ชื่อว่า “ภูมิธรรม” จะมีนโยบายในเรื่องเหล่านี้อย่างไร
         
แล้วแต่ละเรื่อง ก็ “ร้อน ๆ แรง ๆ” ทั้งนั้น
         
และยังเป็นเรื่องที่ “ท้าทาย” รัฐมนตรีพาณิชย์คนใหม่
         
นโยบาย” และ “แผนงาน” ที่ออกมา จะเรียก “ความเชื่อมั่น” ได้หรือไม่
         
วันที่ 14 ก.ย.2566 นี้ เรามา “ติดตาม” และ “รับรู้” ไปพร้อม ๆ กัน
 
ซีเอ็นเอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง