​“พาณิชย์”ถก 10 สมาคมเหล็ก ขับเคลื่อน 4 แนวทางเชิงรุก เสริมแกร่งอุตสาหกรรม

img

“พาณิชย์”หารือ 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย รับฟังสถานการณ์ ปัญหา ข้อเสนอแนะ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม เตรียมขับเคลื่อน 4 แนวทางเชิงรุก เพิ่มประสิทธิภาพมาตรการทางการค้า ป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการผ่านสินค้าสำเร็จรูป บริหารจัดการการนำเข้าเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูป และส่งเสริมการบริหารจัดการเศษเหล็กเพื่อเป็นวัตถุดิบในประเทศ
         
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกับผู้แทน 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย ซึ่งมีบริษัทสมาชิกมากกว่า 510 บริษัท และมีการจ้างงานโดยตรงกว่า 51,000 ตำแหน่ง นำโดยนายบัณฑูรย์ จุ้ยเจริญ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เข้าร่วม เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมเหล็กไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยพร้อมประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับฟังสถานการณ์ ปัญหา และข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการ พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางรับมือความท้าทายทางการค้า และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม  
         
โดยในการประชุม ได้รับทราบข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กไทย ซึ่งเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 34% จากร้ 31% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังมีประเด็นทางการค้าที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการนำเข้าเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูปในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค.2569 มีปริมาณนำเข้ารวม 798,584 ตัน กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาแนวทางดูแลผู้ประกอบการไทยอย่างเหมาะสม ภายใต้หลักการแข่งขันที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ
         


ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงได้กำหนดประเด็นสำคัญที่จะนำไปพิจารณาและขับเคลื่อนต่อใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.เพิ่มประสิทธิภาพมาตรการทางการค้า โดยมุ่งปรับปรุงกลไกป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับรูปแบบการค้าที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
         
2.ป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการผ่านสินค้าสำเร็จรูป โดยจะร่วมกับภาคเอกชนพิจารณาแนวทางและขอบเขตสินค้าที่เหมาะสม เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการสามารถตอบโจทย์สถานการณ์ทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิผลและมีความครอบคลุมมากขึ้น
         
3.พิจารณาแนวทางบริหารจัดการการนำเข้าเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูป โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพิจารณามาตรการเป็นไปอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน คำนึงถึงการแข่งขันที่เป็นธรรมและพันธกรณีระหว่างประเทศ
         


4.ส่งเสริมการบริหารจัดการเศษเหล็กเพื่อเป็นวัตถุดิบในประเทศ โดยหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ส่งออก เพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมไทยมีวัตถุดิบเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมพิจารณามาตรการที่เหมาะสมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
         
“การหารือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมนำข้อเสนอของผู้ประกอบการไปพิจารณาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันแนวทางสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเสริมสร้างการแข่งขัน  ที่เป็นธรรม การส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ และการรักษาฐานการผลิตและการจ้างงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”นายพูนพงษ์กล่าว

 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง