​“พาณิชย์”ส่งหนังสือด่วนถึงกรมควบคุมมลพิษ ขอห้ามนำเข้า “เศษโลหะ-เศษยาง”

img

กรมการค้าต่างประเทศ ทำหนังสือด่วนถึงอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เสนอให้กำหนดมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเศษโลหะและเศษยาง ปิดช่องว่างผู้กระทำผิดอาจใช้เป็นช่องทางในการสำแดงเท็จ ซุกซ่อนขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายเข้ามาในไทย เผยหากกำหนดหลักเกณฑ์เสร็จแล้ว จะออกประกาศกระทรวง ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งออกนำเข้า เพื่อบังคับใช้ต่อไป โดยมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6-12 เดือน
         
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 22 ต.ค.2569 กรมได้ทำหนังสือด่วนถึงอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการขยะมีพิษและของเสียอันตราย รวมถึงเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนพันธกรณีอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) เพื่อเสนอให้พิจารณากำหนดมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเศษโลหะและเศษยางอย่างครอบคลุม และปิดช่องว่างที่ผู้กระทำผิดอาจใช้เป็นช่องทางในการสำแดงเท็จ ซุกซ่อนขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายเข้ามาในประเทศไทย
         
โดยการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากกรมศุลกากรได้เสนอให้กำหนดมาตรการในสินค้าเศษโลหะและเศษยาง เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อแก้ปัญหาซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายลักลอบทะลักเข้าประเทศขั้นเด็ดขาด หลังตรวจพบสถานประกอบการและสถานที่เก็บกากอุตสาหกรรม ซากอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิดกฎหมายในหลายพื้นที่ ก่อให้เกิดการรั่วไหลของสารเคมี มลพิษทางอากาศ และสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึงเกิดกระแสสังคมเรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการขั้นเด็ดขาด 
         


อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้นำเข้าที่สุจริต กรมได้นำข้อเสนอของกรมศุลกากรเสนอให้ คพ. พิจารณากำหนดแนวทางตามความเหมาะสมต่อไป โดยมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6-12 เดือน ในเงื่อนไขที่กำหนดให้เป็นมาตรการขออนุญาตเฉพาะโรงงานที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตของตนเองและไม่เกินกำลังการผลิตจริง มีใบรับรองการตรวจสอบก่อนการส่งออก (Pre-shipment Inspection) รวมถึงผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งกลับหากพบขยะอันตรายปะปน

ทั้งนี้ เมื่อกรมควบคุมมลพิษพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการออกประกาศกระทรวง ตามขั้นตอนทางกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 เพื่อให้มาตรการมีผลบังคับใช้เป็นรูปธรรมต่อไป 
         
“กรมมุ่งมั่นดำเนินมาตรการทางการค้า เพื่อสกัดกั้นการนำเข้าขยะและของเสียอย่างต่อเนื่อง และจะเดินหน้าประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลป้องกันการนำเข้าให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อลดความเสี่ยงด้านมลพิษ และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน”นางอารดากล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง