“จิตติมา”ประกาศนโยบายการทำงาน ชู DIP ONE ผสานพลังคนทำงาน มองเป้าหมายให้ชัด และลงมือทำอย่างเป็นระบบ มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมใน 3 มิติ การยกระดับบริการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) การคุ้มครองสิทธิ์อย่างเข้มแข็ง และการสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้า Quick Big Win 6 เดือน ถึง 1 ปี เร่งปลดล็อกข้อจำกัดเพื่อการให้บริการที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ผลักดันร่างกฎหมายสำคัญ หนุน SME สร้างมูลค่า IP และเข้าถึงแหล่งทุน ก่อนสร้าง Big Win ใน 1-2 ปี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและภาคธุรกิจในระยะยาว
น.ส.จิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารและบุคลากร เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจของกรม ให้สอดรับกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายโลก และแสวงหาโอกาสใหม่ด้วยการนำศักยภาพของไทยมาสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และให้สอดคล้องกับแนวทางขับเคลื่อนงานก้าวใหม่กระทรวงพาณิชย์ของนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ คน งาน และองค์กร ให้เติบโตและเป็นที่พึ่งสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจในทุกมิติ โดยกรมได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานเชิงรุกภายใต้แนวคิด “DIP One : One Vision, One Team, Real Impact” มุ่งเน้นให้บุคลากรทุกระดับทำงานเป็นทีม เชื่อมโยงภารกิจของแต่ละส่วนและตั้งเป้าหมายร่วมกัน พร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ พัฒนาทักษะและปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการยึดมั่นในหลัก Zero Corruption ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตลอดจนดูแลสุขภาวะในการทำงาน เพื่อร่วมกันพัฒนางานและส่งมอบบริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
สำหรับแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานของกรม จะมุ่งเน้นภารกิจสำคัญใน 3 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 Faster Service : ยกระดับการให้บริการ IP ให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย โดยทบทวนและปรับปรุงกระบวนงาน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ทั้งการเร่งรัดการจดทะเบียนผ่านช่องทาง Fast Track เพื่อให้ผู้ขอได้รับความคุ้มครองทันต่อการดำเนินธุรกิจ การบูรณาการองค์ความรู้และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างหน่วยงาน (Work Sharing) ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล การพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตรให้มีความรู้ความเข้าใจด้าน IP เชิงลึก (Train the Trainer) ให้สามารถส่งต่อองค์ความรู้และสนับสนุนงานด้าน IP ในระดับหน่วยย่อย การพัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา (IP Search) ให้ค้นหาข้อมูลได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำ รวมถึงยกระดับศูนย์บริการ IP ONE เพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ประชาชนได้อย่างตรงจุดและครบวงจรทั้งออนไลน์-ออฟไลน์

มิติที่ 2 Stronger Protection : คุ้มครองสิทธิ์อย่างเข้มแข็ง โดยเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียน IP และยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิให้สอดคล้องกับแนวทางสากล การผลักดันการแก้ไขกฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายสิทธิบัตร กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ให้มีความก้าวหน้าตามขั้นตอน พร้อมยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิด IP ให้เท่าทันการค้ายุคใหม่ รวมทั้งผลักดันให้แพลตฟอร์มออนไลน์นำเทคโนโลยี AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามการละเมิดฯ ออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการคุ้มครองสินค้า GI ไทย ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ของชุมชน เพื่อให้การคุ้มครองและปกป้องสิทธิใน IP มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่เจ้าของสิทธิ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมระบบการค้าที่เป็นธรรม
มิติที่ 3 IP Commercialization : มุ่งสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ตระหนักถึงความสำคัญของ IP ในฐานะสินทรัพย์ทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ การขยายตลาดสินค้า GI และส่งเสริมสินค้าแบรนด์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างมีกลยุทธ์ และการพัฒนากลไกสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ IP เป็นหลักประกันทางการเงิน ผ่านการศึกษาและทดลองระบบ IP Finance ของประเทศในรูปแบบ IP Sandbox เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนและต่อยอด IP สู่การสร้างมูลค่าทางธุรกิจอันจะช่วยเพิ่มรายได้และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
“กรมได้กำหนดเป้าหมายการทำงาน โดยในระยะ 6 เดือน ถึง 1 ปีต่อจากนี้ จะเร่งสร้าง Quick Big Win ในภารกิจที่จำเป็นเร่งด่วน ทั้งการลดขั้นตอนและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ การผลักดันการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบด้าน IP ให้คืบหน้าตามเป้าหมาย การเพิ่มมูลค่าสินค้า GI ในมิติใหม่ เพื่อขยายตลาดและสร้างรายได้แก่ผู้ผลิตในชุมชนและการขับเคลื่อนระบบ IP Finance โดยเตรียมจัดตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าของ IP สถาบันการเงิน และผู้ประเมินมูลค่า เพื่อร่วมกำหนดแนวทางและพัฒนากลไกการประเมินมูลค่า IP ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน จากนั้น จะมุ่งต่อยอดสู่ Big Win ในระยะ 1–2 ปี โดยพัฒนาองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานที่ให้บริการเป็นเลิศ (Service Excellence) ลดภาระและข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ เสริมความเชื่อมั่นด้วยระบบคุ้มครองสิทธิที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ (Trusted Protection) และผลักดันให้ IP สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จริง (Real Business Value) เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยในตลาดโลก”น.ส.จิตติมากล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

