“พูนพงษ์”สั่งลุยดูแลค่าครองชีพ เกษตรกร SME เร่ง FTA ดันส่งออก สกัดนอมินี

img

“พูนพงษ์”ประชุมร่วมผู้บริหารพาณิชย์ ทูตพาณิชย์ทั่วโลก และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ สั่งลุยดูแลค่าครองชีพ สินค้าเกษตร สร้างความเป็นธรรมทางการค้า สร้างโอกาสให้กับ SME ลุยเจรจา FTA ป้องกันนอมินีและสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เร่งผลักดันส่งออก ยกระดับงานบริการด้วยเทคโนโลยี แก้ไขกฎระเบียบล้าหลัง ย้ำดูแลเรื่องคนเต็มที่ ทำดีได้ดี ไม่เอาเส้นสาย วอนรัฐจัดงบให้พาณิชย์เพิ่ม เหตุมีภารกิจมาก แต่งบน้อยเกินไป
         
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับผู้บริหารทุกกรม ทูตพาณิชย์ทั่วโลก และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยได้เน้นย้ำการดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชน ที่ทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด จะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน อย่างในช่วงนี้ เกิดสถานการณ์น้ำท่วม ก็ต้องร่วมมือกับจังหวัดในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องราคาสินค้า ต้องมีราคาเหมาะสม ปริมาณเพียงพอ และต้องเตรียมการในเรื่องการดูแลค่าครองชีพหลังน้ำลด ซึ่งกำลังของบประมาณจากรัฐบาล เพื่อมาทำโครงการ ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ
         
สำหรับสินค้าเกษตร ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดต้องรู้ลึก รู้จริง ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะต้นน้ำ ต้องมีแผนการเพาะปลูก ส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ การดูแลทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว แผนการทำตลาดในประเทศและต่างประเทศที่ต้องทำงานร่วมกับทูตพาณิชย์ เพื่อป้องกันสินค้าล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ รวมทั้งต้องดูแลในเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน การสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้กับเกษตรกร

การสร้างความเป็นธรรมทางการค้าแก่ทุกภาคส่วน โดยการจัดระเบียบและกำกับดูแลกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ดำเนินไปด้วยความโปร่งใสเติบโตไปด้วยกัน และไม่เอารัดเอาเปรียบระหว่างกัน เน้นการสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ทุนใหญ่ที่มีอำนาจทางการตลาดที่เหนือกว่ามาสร้างความได้เปรียบหรือกีดกันทางการค้าแก่ผู้ประกอบการรายเล็ก (SME) และดูแลไม่ให้เกิดการกดราคารับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกร เพื่อสร้างความสมดุลและเป็นธรรมให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงการคุ้มครองผู้บริโภค
         


การสร้างโอกาสให้กับ SME ได้มอบหมายให้ทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ต้องทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยต้องช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า ทั้งการอบรมให้ความรู้ การผลักดันขายออนไลน์ ขายออฟไลน์ การผลักดันส่งออก เพื่อผลักดันให้ SME ที่มีขนาดเล็กไปสู่ขนาดกลาง และขนาดกลาง มีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและส่งออก
         
การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้มอบหมายให้ผลักดันการเจรจา FTA เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง และต้องเร่งสื่อสารเรื่องการใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม นำแต้มต่อไปขยายตลาดส่งออกได้จริง และให้เตรียมการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ให้สามารถปรับตัวได้  
         
การป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมาย ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สานต่อเรื่องการจัดการปัญหานอมินี โดยเฉพาะกรณีคนต่างชาติที่ได้รับสัญชาติไทย แล้วไปชวนคนชาติเดียวกันมาทำธุรกิจ โดยถือหุ้น 51% ต่อ 49% ก็จะถือว่าเป็นบริษัทไทย สามารถทำธุรกิจได้ทุกอย่าง แต่ต้องตรวจสอบ เพราะมีการใช้วิธีนี้มากขึ้น และต้องดูแลสินค้าที่นำเข้ามาไม่ถูกต้อง ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศทำอยู่ ก็ต้องทำต่อและเข้มข้นมากขึ้น
         
การส่งเสริมและผลักดันการส่งออก ต้องปรับนโยบายการผลักดันใหม่ เพราะปัจจุบันการส่งออกของไทยกระจุกตัวอยู่ 2 ประเทศ คือ สหรัฐฯ และจีน แค่ 2 ประเทศนี้ก็สัดส่วน 35% ของการส่งออกทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำ คือ รักษาตลาดเดิมเอาไว้ให้ได้ และต้องกระจายตลาดใหม่ ทั้งแอฟริกา เอเชียกลาง รวมทั้งต้องทบทวนการเปิดสำนักงานทูตพาณิชย์ในประเทศต่าง ๆ ใหม่ ขณะนี้มี 58 แห่ง ต้องลดบางประเทศ ต้องเพิ่มบางประเทศ โดยดูว่าจะโฟกัสประเทศไหน จะรุกตลาดไหน และต้องนำข้อมูลเชิงลึกทั้งด้านการค้า การลงทุน มาบอกผู้ประกอบการไทย เพื่อบอกว่าโลกต้องการอะไร สินค้าแบบไหน มีมาตรฐานอย่างไร เพื่อให้สามารถวางแผนตอบโจทย์ผู้ซื้อได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งต้องผลักดันสินค้านวัตกรรมและบริการคุณภาพสูงในตลาดระดับกลาง-สูง และผลักดันให้ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกไทยเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก



การยกระดับบริการให้สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย ได้มอบหมายให้ยกระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อลดขั้นตอน ลดระยะเวลา เพิ่มความรวดเร็ว และลดต้นทุนผู้ประกอบการและประชาชนในการติดต่อราชการ สร้างความง่ายในการประกอบธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันหลาย ๆ กรมทำอยู่แล้ว แต่ขอให้พัฒนาต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เป็นกระทรวงดิจิทัล
         
นอกจากนี้ จะต้องเร่งแก้ไข กฎ ระเบียบ ให้ทันสมัย เอื้อต่อภาคธุรกิจ โดยต้องปรับปรุงกฎระเบียบและคำสั่งที่ล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน รวมทั้งไม่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และไม่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย
         
นายพูนพงษ์กล่าวว่า จะให้ความสำคัญเรื่องคน โดยกระทรวงพาณิชย์มีข้าราชการ 3,916 คน บุคลากรทุกคนต้องมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ภาคธุรกิจ ทุกคนต้องพร้อมที่จะเรียนรู้และสร้างงานใหม่ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อวางรากฐานสู่อนาคตที่เข้มแข็ง โดยการเติบโต จะใช้หลักความยุติธรรม เสมอภาค มีศักยภาพ เป็นกติกา เพื่อรักษาและสร้างกำลังใจผู้มีความรู้ ความสามารถ เลื่อนตำแหน่งด้วยความโปร่งใส ปราศจากระบบอุปถัมภ์และเส้นสาย
         
นอกจากนี้ จะมุ่งยกระดับและปรับโครงสร้างหน่วยงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าในปัจจุบัน และจะผลักดันการขอรับจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและเหมาะสม เพื่อให้การทำงานเต็มศักยภาพ และประสิทธิภาพสูงสุด โดยปัจจุบันได้รับงบประมาณ 8,525 ล้านบาท ซึ่งหมดไปกับงบบุคลากร มีงบทำงานไม่มาก ก็อยากจะฝากผู้มีหน้าที่จัดหางบประมาณ ขอให้เพิ่มงบให้กระทรวงพาณิชย์ เพราะภารกิจกระทรวงพาณิชย์ ดูแลตั้งแต่ปากท้อง การส่งเสริม SME การผลักดันส่งออก เป็นหน้าที่ทั้งหมด แต่งบมีไม่มาก ก็อยากทำงานให้มากกว่านี้ ก็ต้องได้งบมากกว่านี้ ขอฝากเอาไว้ และมั่นใจว่า หากได้งบมากขึ้น งานก็จะออกมามากขึ้น เกิดประโยชน์กับประเทศมากขึ้น

 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง