น้ำท่วมปี 69 ราคาสินค้าไม่กระทบวงกว้าง “พาณิชย์”เตรียมจัดขายของถูกลดภาระ

img

สนค.ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2569 ต่อแรงกดดันด้านราคาสินค้า พบยังอยู่ในวงจำกัด ไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าในวงกว้าง มีแค่บางรายการที่ได้รับผลกระทบ อย่างผักสด ไข่ไก่ แต่ได้แก้ไขปัญหาแล้ว ส่วนเงินเฟ้อทั้งปี คาดยังอยู่ในเป้า 1.8-2.2% ค่ากลาง 2% จับตาน้ำท่วมกระทบรายได้ สภาพคล่อง เงินออม และกำลังซื้อครัวเรือน ด้านพาณิชย์ยังเกาะติดราคาสินค้าต่อ พร้อมจัดไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ ช่วยลดภาระประชาชน
         
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.ได้ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2569 ต่อแรงกดดันด้านราคาสินค้า พบว่า ยังอยู่ในวงจำกัด ยังไม่เห็นการปรับขึ้นของราคาสินค้าในวงกว้าง และไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราเงินเฟ้อในภาพรวม โดยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 ที่ 1.8–2.2% ค่ากลาง 2% แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านราคาสินค้า รายได้ และกำลังซื้อของครัวเรือน เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและเสนอแนวทางบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม
         
โดยในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามราคาสินค้าในห้างโมเดิร์นเทรด ช่วงปลายเดือน ก.ย.2569 พบว่า รายการสินค้าที่ติดตามมีราคาทรงตัว กว่า 70% ปรับเพิ่มขึ้น 12.4% และปรับลดลง 16.9% สะท้อนว่าการปรับขึ้นของราคายังไม่กระจายเป็นวงกว้าง ส่วนผักสด พบว่า มีหลายรายการเผชิญแรงกดดันด้านราคา เช่น ผักบุ้งจีน กะเพรา และโหระพา ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสั้น และอ่อนไหวต่อทั้งน้ำท่วม พื้นที่เพาะปลูก และข้อจำกัดด้านการขนส่ง แต่ได้ประสานนำผักจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดกลางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราคาขายส่งผักหลายรายการเริ่มปรับลดลง และไข่ไก่ ที่ฟาร์มผู้ผลิตบางแห่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ได้ขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ชะลอและเลื่อนแผนการส่งออก เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าในประเทศ พร้อมขอความร่วมมือผู้เลี้ยงตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
         


อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ด้านสินค้าจะอยู่ในวงจำกัด แต่มีประเด็นที่ต้องติดตาม คือ รายได้ สภาพคล่อง และกำลังซื้อของครัวเรือน เนื่องจากน้ำท่วมอาจทำให้การประกอบอาชีพและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินได้ตามปกติ ส่งผลให้รายได้บางส่วนลดลง ขณะที่ครัวเรือนมีรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้น ทั้งค่าอาหาร การเดินทาง การเคลื่อนย้ายและดูแลทรัพย์สิน ตลอดจนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและอุปกรณ์ประกอบอาชีพหลังน้ำลด ภาวะที่รายได้ลดลงพร้อมกับรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้นย่อมกดดันสภาพคล่อง ทำให้ครัวเรือนอาจต้องนำเงินออมออกมาใช้ หารายได้เพิ่มเติม หรือลดการใช้จ่ายในหมวดอื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและกิจกรรมการค้าในพื้นที่ในระยะต่อไป
         
ข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติจากกรณีน้ำท่วมปี 2554 โดยครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ร้อยละ 53.4 นำเงินออมออกมาใช้ ร้อยละ 41.0 หารายได้เสริม และร้อยละ 29.7 ปรับลดค่าใช้จ่าย สะท้อนว่า น้ำท่วมสามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจได้พร้อมกัน 2 ด้าน คือ ภาวะอุปทานชะงักงัน (Supply Shock) จากผลผลิตและการขนส่งที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าบางประเภท และภาวะรายได้ครัวเรือนลดลง (Household Income Shock) จากรายได้ที่ลดลงควบคู่กับรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ทำให้ครัวเรือนต้องนำเงินออมมาใช้หรือลดการใช้จ่ายในหมวดอื่น ส่งผลให้สภาพคล่องและกำลังซื้อลดลง และอาจส่งต่อไปยังการบริโภคและยอดขายของผู้ประกอบการในพื้นที่
         
สำหรับการรับมือในระยะต่อไป ต้องติดตามขอบเขตพื้นที่ผลิตและพื้นที่เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะความต่อเนื่องของการผลิตและการกระจายสินค้า รวมถึงการฟื้นตัวของรายได้และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หลังน้ำลด ซึ่งจะมีส่วนกำหนดระดับผลกระทบต่อราคาสินค้าและกำลังซื้อของประชาชน โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปดูแลภาคการผลิต และการขนส่งสินค้าแล้ว และมีการติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีแผนดูแลค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชน หลังน้ำลด เพื่อสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้ากลับมาดำเนินได้โดยเร็ว เพื่อช่วยฟื้นฟูรายได้ของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเตรียมดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ” ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.2569 เป็นต้นไป นำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดไปจำหน่าย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟู ตั้งเป้าจัดกิจกรรมกว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ
         
ทั้งนี้ ในปี 2554 ที่เกิดมหาอุทกภัย มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 16.2 ล้านคน หรือมากกว่า 5.2 ล้านครัวเรือน โดยเงินเฟ้อช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย.2554 อยู่ที่ 4.03% และ 4.19% ก่อนชะลอลงในเดือน ธ.ค.2554 โดยเงินเฟ้อในช่วงดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ขณะที่ราคาสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด ไข่ และเนื้อสัตว์ ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาสั้นและพึ่งพาการขนส่งมีความอ่อนไหว ต่อปัญหาการผลิตและการกระจายสินค้าในช่วงน้ำท่วม ส่วนปี 2569 ข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 7 ต.ค.2569 พบว่า ตั้งแต่ ก.ย.2569 เป็นต้นมา มีพื้นที่ประสบอุทกภัยสะสมรวม 50 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1.48 ล้านครัวเรือน หรือมากกว่า 4.20 ล้านคน แต่ผลกระทบจากราคาสินค้า และเงินเฟ้อยังอยู่ในวงจำกัด

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง