กรมทรัพย์สินทางปัญญาชวนทำความรู้จัก 2 สินค้าหัตถกรรมไทย กระจูดควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช และคล้าศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เผยเป็นเครื่องจักสานที่ใช้วัสดุธรรมชาติในพื้นที่มาผลิตเป็นสินค้ารูปแบบต่าง ๆ ยันเดินหน้าช่วยพัฒนาสินค้า ขยายช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนต่อไป
น.ส.จิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมขอเชิญชวนประชาชนมาทำความรู้จัก 2 สินค้าหัตถกรรมไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จำนวน 2 รายการ ได้แก่ กระจูดควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช และผลิตภัณฑ์คล้าศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของงานจักสานจากวัสดุธรรมชาติ มีคุณลักษณะเฉพาะจากแหล่งผลิต ผสานภูมิปัญญาที่สืบทอดในชุมชน และนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ สะท้อนจุดแข็งของงานหัตถกรรมไทยที่สามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้แก่ชุมชน
สำหรับกระจูดควนเคร็ง เป็นหนึ่งในงานหัตถกรรม GI ที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรในพื้นที่กับภูมิปัญญาของชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยมีจุดเริ่มต้นจากป่าพรุควนเคร็ง แหล่งธรรมชาติสำคัญในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำขังตลอดปี ดินพรุมีอินทรียวัตถุสูง มีสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุก ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของกระจูดพันธุ์ใหญ่ ทำให้เส้นกระจูดมีลักษณะเหนียว ยืดหยุ่น แข็งแรง และทนทาน เหมาะสำหรับนำมาแปรรูปและจักสานเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่กระเป๋า หมวก พัด ตะกร้า เสื่อ ที่รองจาน ที่รองแก้ว โคมไฟ ชั้นวางของ และของที่ระลึกต่างๆ ตามภูมิปัญญาที่สืบทอดกันในชุมชน จนเกิดเป็นงานจักสานที่มีเอกลักษณ์ทั้งด้านวัสดุ ลวดลาย และฝีมือของผู้ผลิตในพื้นที่ และยังเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อจากส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และมังคุดเขาคีรีวง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้ โดยปัจจุบันมีการนำกระจูดมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดให้จังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 56.24 ล้านบาทต่อปี

ส่วนคล้าศรีบุญเรือง เป็นอีกหนึ่งงานหัตถกรรม GI ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน ด้วยสภาพแวดล้อมของอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่ง ทั้งลำน้ำพะเนียง ลำน้ำพวย ลำน้ำพอง และลำน้ำมอ ประกอบกับมีฝนตกชุกตลอดปี จึงส่งผลให้ต้นคล้าเจริญเติบโตได้ดี และมีคุณสมบัติเหนียว แข็งแรง และทนทาน ชาวบ้านในชุมชน จึงนำมาทำเป็นเครื่องจักสานหลากหลายรูปแบบ อาทิ กระติ๊บข้าว ตะกร้า กระเป๋า และของใช้ต่าง ๆ นับเป็นการดึงจุดเด่นของทรัพยากรธรรมชาติมาสร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ชุมชนศรีบุญเรือง และยังเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดหนองบัวลำภู ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน และผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู โดยคล้าศรีบุญเรืองสามารถสร้างมูลค่ากว่า 4.2 ล้านบาทต่อปี
“กรมจะเดินหน้าสนับสนุนชุมชนผู้ประกอบการในการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า GI ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพราะหากมีการนำจุดเด่นของวัสดุธรรมชาติมาผสานกับการออกแบบร่วมสมัย พัฒนารูปแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานและเข้าถึงผู้บริโภค ควบคู่กับการสื่อสารเรื่องราวแหล่งผลิตและภูมิปัญญาของชุมชนให้เป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าสินค้า จะทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาด และกรมยังจะช่วยขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และเชื่อมโยงผู้ผลิตกับตลาดหรือผู้ประกอบการที่มองหาผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างขึ้นต่อไป”น.ส.จิตติมากล่าว
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลสินค้า GI ไทยได้ที่ Facebook : GI Thailand หรืออุดหนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยตรง โดยสินค้า GI กระจูดควนเคร็ง (นครศรีธรรมราช) สามารถติดต่อได้ที่ร้านกระจูดราตรี (Ratri Handicraft) โทร. 089-731-3865 หรือ Facebook: Krajudratri และสินค้า GI คล้าศรีบุญเรือง (หนองบัวลำภู) สามารถติดต่อได้ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานเมืองลุ่มภู โทร./Line 093-003-7445 หรือกลุ่มจักสานจากต้นคล้าบ้านดอนข่า โทร./Line 086-236-7367

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

