กรมทรัพย์สินทางปัญญาโชว์ผลงานนำศิลปินไทยเข้าร่วมจัดแสดงผลงานในงาน Kiaf SEOUL 2026 ที่เกาหลีใต้ ได้รับความสนใจจากผู้ชมและนักสะสมเป็นอย่างมาก สะท้อนผลงานศิลปะสามารถก้าวไปสู่ตลาดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ เผย MOLLY ขายได้มากสุด ยันเดินหน้าส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับศิลปินไทยต่อไป
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการนำศิลปินไทยเข้าร่วมจัดแสดงผลงานในงาน “Kiaf SEOUL 2026” (Korea International Art Fair) ซึ่งเป็นมหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลกที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 2–6 ก.ย.2569 ณ ศูนย์การประชุม COEX กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ว่า ผลงานของศิลปินไทยที่นำไปจัดแสดงได้รับความสนใจจากผู้ชมและนักสะสมเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่เพียงสะท้อนมูลค่าของผลงานศิลปะไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่า เมื่อทรัพย์สินทางปัญญาถูกบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ผลงานสร้างสรรค์สามารถก้าวจากเวทีศิลปะไปสู่ตลาดและสร้างมูลค่าทางธุรกิจในระดับสากลได้
โดยผลงานของศิลปินไทยที่นำไปจัดแสดงและได้รับความสนใจจากผู้ชมและนักสะสม อาทิ ผลงาน “BETTER BOAT” ของคุณนิสา ศรีคําดี (MOLLY) สร้างมูลค่าสูงถึง 1.6 ล้านบาท ผลงาน “Score Changes, Love Doesn't คะแนนเปลี่ยน รักไม่เปลี่ยน” ของคุณวิศุทธิ์ พรนิมิตร มูลค่า 1.5 ล้านบาท ผลงานชุด “The Roommate 01” และ “The Roommate 02” คุณธรรมธัช สายทอง (KARMS) มูลค่าชิ้นละ 6.5 แสนบาท ผลงาน “Carousel Girl” และ “Duality” ของ คุณวิษณุพงษ์ หนูนันท์ มูลค่าชิ้นละ 3.5 แสนบาท เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ กรมได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จัดโครงการ “ART UNIVERSE : จักรวาลแห่งการสร้างสรรค์ด้วยศิลป์” เปิดพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะของศิลปินไทยหลากหลายรุ่น ณ Cloud 11 เมื่อเดือน ส.ค.2569 โดยรวบรวมผลงานกว่า 300 ชิ้น จากศิลปินชั้นครูระดับตำนาน เช่น อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์ทวี รัชนีกร เป็นต้น ไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินระดับโลกอย่าง Molly (Crybaby), MACKCHA, KARMS, SUNTUR และศิลปินหน้าใหม่อีกมากมาย พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายนักสะสมและภาคธุรกิจ ตลอดจนเปิดเวทีเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ก่อนต่อยอดโอกาสศิลปินไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ในงาน “Kiaf SEOUL 2026” ซึ่งการจัดกิจกรรมทั้งที่ไทยและสาธารณรัฐเกาหลี สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 100 ล้านบาท
นางอรมนกล่าวว่า การดำเนินโครงการ ART UNIVERSE เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเปิดเวทีในประเทศให้ศิลปินได้พบปะและเชื่อมโยงกับตลาดและภาคธุรกิจ ไปจนถึงการนำผลงานสร้างสรรค์ไทยออกสู่ตลาดระดับสากล ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับการยกระดับและเตรียมความพร้อมให้กับนักสร้างสรรค์ไทย ผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสิทธิ์และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะแนวคิด “Art to Asset” ที่ช่วยให้ศิลปินและผู้ประกอบการในแวดวงศิลปะมองเห็นคุณค่าของผลงานในฐานะทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถบริหารจัดการสิทธิ์เพื่อนำไปต่อยอดเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มมูลค่างานศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ทั้งในด้านการคุ้มครองสิทธิ์ การให้ความรู้และคำปรึกษา การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการเชื่อมโยงศิลปินกับภาคธุรกิจและตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผลงานสร้างสรรค์ไทยได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน”นางอรมนกล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

