“พาณิชย์”ถกผู้นำเข้าข้าวออสเตรเลีย รับข่าวดี ต้องการซื้อข้าวไทยเพิ่มต่อเนื่อง

img

กรมการค้าต่างประเทศใช้โอกาสเข้าร่วมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในงาน Fine Food Australia 2026 ณ เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย พบหารือผู้นำเข้าข้าว ได้รับข่าวดี ตลาดมีความต้องการข้าวไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากจำนวนร้านอาหารไทยที่มีมากกว่า 3,500 ร้าน และกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียที่นิยมข้าวไทย และผู้บริโภคออสเตรเลียที่ใส่ใจสุขภาพ พร้อมมอบตราเครื่องหมายรับร้องข้าวไทยมะลิไทย ให้ร้านหญิงไทย 2 ร้าน Thai SELECT เป็นร้านแรกของภูมิภาคโอเชียเนีย
         
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในระหว่างการเข้าร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในงานแสดงสินค้า Fine Food Australia 2026 ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.2569 นางชนินทร หริ่มเจริญ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้ใช้โอกาสนี้พบหารือผู้นำเข้าข้าวออสเตรเลีย โดยได้หารือกับบริษัท Tangola Pty Ltd. และบริษัท Lam Brothers Pty Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าที่มีการนำเข้าข้าวไทยและวัตถุดิบอาหารไทยอย่างต่อเนื่อง และได้รับรายงานว่ามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ตลาดข้าว แนวโน้มความต้องการนำเข้าข้าวไทย ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมการขยายตลาดข้าวไทยในตลาดออสเตรเลีย
         
ทั้งนี้ ผลการหารือทำให้ทราบว่าตลาดข้าวไทยในออสเตรเลีย ยังมีโอกาสขยายตัวจากความต้องการใช้ข้าวสำหรับบริโภคโดยตรง จากธุรกิจร้านอาหารไทยที่มีจำนวนมากกว่า 3,500 ร้านทั่วออสเตรเลีย และกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียที่นิยมบริโภคข้าวไทย อีกทั้งผู้บริโภคในตลาดออสเตรเลียมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสุขภาพเพิ่มขึ้น การให้ข้อมูลคุณประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการสำหรับข้าวชนิดต่าง ๆ ของไทย รวมถึงข้าวสีเพื่อสุขภาพ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อ และผู้นำเข้าออสเตรเลียยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คุณภาพที่โดดเด่นของข้าวไทย ประกอบกับความสม่ำเสมอและความน่าเชื่อถือในการส่งมอบสินค้า ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะสนับสนุนการขยายตลาดเข้าสู่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ของออสเตรเลียในระยะต่อไป
         


สำหรับงานแสดงสินค้า Fine Food Australia 2026 เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย เป็นการเจรจาธุรกิจ (B2B) ระหว่างผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ตัวแทนจัดจำหน่าย และผู้ประกอบการร้านอาหาร มีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 900 ราย จาก 35 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐฯ แคนาดา บราซิล เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ฟิจิ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย และมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 18,000 ราย

โดยในปีนี้กรมได้จัดแสดงนิทรรศการภายใต้คอนเซปต์ “Think Rice Think Thailand” เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างการจดจำคุณภาพมาตรฐานข้าวไทย และประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิไทยในฐานะสินค้าคุณภาพระดับโลกที่มีความโดดเด่นด้านรสชาติ ความนุ่ม และความหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงข้าวเพื่อสุขภาพชนิดต่าง ๆ เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายและกระตุ้นการบริโภคข้าวคุณภาพในตลาดสุขภาพของออสเตรเลีย รวมทั้งประชาสัมพันธ์เครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นการสื่อสารทางการตลาดกับคู่ค้าและผู้บริโภคว่าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าเป็นสินค้าข้าวที่มีคุณภาพมาตรฐานและมีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย 
         
นางอารดากล่าวว่า กรมยังได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครซิดนีย์ จัดกิจกรรมพบหารือผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในเมืองเมลเบิร์น จำนวน 2 ร้าน ได้แก่ ร้านหญิงไทย 2 และร้าน Thai Me Up Chapel St โดยกรมได้มอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยให้แก่ร้านหญิงไทย 2 ซึ่งเป็นร้าน Thai SELECT และเป็นร้านอาหารไทยแห่งแรกในประเทศออสเตรเลียและในภูมิภาคโอเชียเนียที่ได้รับการรับรองการใช้เครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยดังกล่าว อันเป็นก้าวสำคัญในการสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณภาพของข้าวหอมมะลิไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าข้าวไทย จากการสังเกตบรรยากาศภายในร้าน พบว่า มีผู้บริโภคเข้าใช้บริการอย่างหนาแน่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการเชื่อมโยงระหว่างซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารไทยกับข้าวไทยที่ส่งเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดความต้องการบริโภคอย่างต่อเนื่อง
         
ปัจจุบัน ออสเตรเลียนำเข้าข้าวจากต่างประเทศปีละประมาณ 240,000 ตัน โดยนำเข้าข้าวจากไทยสูงเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 34% ของปริมาณข้าวที่นำเข้าทั้งหมด และแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยไปยังออสเตรเลีย ยังคงมีโอกาสเติบโตได้ จากร้านอาหารไทยและกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียที่นิยมบริโภคข้าวไทย รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป คือ การคงรักษาคุณภาพมาตรฐานของข้าวไทย และศักยภาพในการส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญาและตรงตามกำหนดเวลา ซึ่งกรมจะร่วมมือกับภาคเอกชนผู้ส่งออกข้าวไทยรักษาจุดแข็งดังกล่าวของไทยต่อไป

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง