สนค.เผยดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือน ส.ค.69 เพิ่มขึ้น 9.1% เหตุฐานปีก่อนต่ำ ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ทรงตัวสูง ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และค่าเงินบาทอ่อน กระทบต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ ส่งผลให้สินค้าปรับเพิ่มขึ้น ทั้งหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คาดแนวโน้ม ก.ย.69 เพิ่มอีก
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือน ส.ค.2569 เท่ากับ 115.4 เพิ่มขึ้น 9.1% โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาผู้ผลิตในภาพรวมของปีก่อนที่ต่ำ ราคาพลังงานในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งของผู้ผลิตยังคงอยู่ในระดับสูง และค่าเงินบาทที่อ่อนตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าบางประเภทปรับสูงขึ้น ทำให้สินค้าทุกหมวดปรับตัวสูงขึ้น ทั้งหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
สำหรับรายละเอียดดัชนีราคาผู้ผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง 8.3% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ ข้าวเปลือก จากฐานราคาในปีก่อนที่ต่ำ หัวมันสำปะหลังสด จากปริมาณผลผลิตในตลาดที่มีน้อยตามการนำเข้าผ่านชายแดนที่ลดลง ยางพารา จากผลกระทบของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสูงขึ้น และผลปาล์มสด จากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก ส่วนสินค้าที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ ผลไม้ (ทุเรียน สับปะรด มะพร้าว) จากความต้องการในภาคการส่งออกที่ลดลง สุกรมีชีวิต ไก่เนื้อมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม จากความต้องการบริโภคที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม

หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง เพิ่ม 23.9% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติ ตามทิศทางราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และข้อจำกัดการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สินแร่โลหะ จากราคาตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ความกังวลด้านอุปทาน ประกอบกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากการทำเหมือง จากต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการทำเหมืองและการขนส่ง
หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่ม 6.9% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ และราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลกสูงกว่าปีก่อน กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะอุปทานที่ตึงตัวจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อวัตถุดิบผลผลิต ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ราคาปรับสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ (ทองคำ) ราคาปรับสูงขึ้นตามความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน ก.ย.2569 คาดว่าจะจะขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น จากฐานของปีก่อนที่ต่ำ ประกอบกับราคาพลังงานในตลาดโลกที่คาดว่าจะยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในภาพรวมมีแนวโน้มที่จะคงตัวอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะหนึ่ง และยังมีผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท อาจเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิตเพื่อการส่งออก ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนชะลอการปรับราคาสินค้า แม้ต้นทุนการผลิตโดยรวมจะสูงขึ้น เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและคงปริมาณคำสั่งซื้อจากตลาดปลายทาง

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

