​“พูนพงษ์” ชู Unlocking New Growth ค้นหาฟันเฟืองใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

img

“พูนพงษ์”ชูแนวคิด Unlocking New Growth ค้นหาฟันเฟืองใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หลังโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลง ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม เตรียมลุยผลักดันเรื่องเกษตร อาหาร ช่วย SME มีโอกาสทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ ผลักดันส่งออกโดยมุ่งรักษาตลาดหลัก เพิ่มตลาดใหม่ ใช้ประโยชน์ FTA และแก้ไขกฎระเบียบให้ทันสมัย เอื้อต่อการทำธุรกิจ
         
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “บทบาทของกระทรวงพาณิชย์ต่อการฟื้นเศรษฐกิจไทย” ในงานสัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 ก.ย.2569 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ว่า ประเทศไทยและโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายความเสี่ยงของประเทศต่าง ๆ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากร ซึ่งหากแปลเป็นโจทย์ของภาคธุรกิจง่าย ๆ คือ ตลาดเปลี่ยน ต้นทุนเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน กติกาเปลี่ยน และลูกค้าก็เปลี่ยน ทำให้การแข่งขันเปลี่ยนจากต้นทุนต่ำที่สุดไปสู่ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ จากการแข่งขันด้วยขนาดไปสู่ความเร็วในการเรียนรู้และปรับตัว และจากการขายสินค้าไปสู่การสร้างคุณค่า ประสบการณ์ มาตรฐาน และความไว้วางใจ ดังนั้น ไทยจึงต้องยกระดับบทบาทสู่การเป็น Trusted Partner ที่น่าเชื่อถือ ยืดหยุ่น และปรับตัวได้เร็ว
         
“ปัจจุบันโลกและกติกาการแข่งขันทางการค้าได้เปลี่ยนไปแล้ว การพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องใช้ศักยภาพที่ประเทศไทยมีอยู่ให้เข้าถึงตลาดใหม่ สร้างมูลค่าและโอกาสใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด Unlocking New Growth หรือการค้นหาฟันเฟืองใหม่ ๆ ที่จะมาทำให้เศรษฐกิจเติบโต”
         


โดยภายใต้แนวคิดดังกล่าว ภาครัฐต้องทำสองเรื่องควบคู่กัน คือ สร้างความมั่นคง (Stabilize) โดยดูแลสิ่งที่ยังเปราะบาง ทั้งค่าครองชีพ รายได้ ต้นทุน เสถียรภาพสินค้าเกษตร และการแข่งขันที่เป็นธรรม และการปรับเปลี่ยน (Transform) โครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มผลิตภาพ เพิ่มมูลค่า การใช้เทคโนโลยี กระจายตลาด และเชื่อม SME ในอุตสาหกรรมที่ไทยสะสมศักยภาพเพียงพอแล้วเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) รวมทั้งต้องช่วยกันขยับทักษะด้านการผลิตของไทยเปลี่ยนจากการรับจ้างผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า หรือ OEM (Original Equipment Manufacturer) ไปสู่การออกแบบและผลิตสินค้าเอง หรือ ODM (Original Design Manufacturer) จนกระทั่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเอง หรือ OBM (Original Brand Manufacturer) เพื่อให้มูลค่า เทคโนโลยี และแบรนด์เกิดและคงอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น
         
นายพูนพงษ์กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องเกษตรและอาหาร จะปรับจากปริมาณสู่มูลค่า ควบคู่กับการใช้ข้อมูลและความต้องการของตลาดเป็นตัวนำ เชื่อมข้อมูลผลผลิตกับตลาด และต้องสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้กับทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค รวมถึงเกษตรกรควรมีรายได้สูงขึ้นและมีเสถียรภาพมากขึ้น เรื่อง SME จะสร้างเส้นทางให้กับ SME ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพ ทั้งทักษะ เทคโนโลยี มาตรฐาน แบรนด์ และการผลักดันเข้าสู่ตลาด และการใช้กลไกเชื่อมธุรกิจรายเล็กกับรายใหญ่ ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหานอมินี และสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
         
ส่วนการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการ จะมุ่งรักษาตลาดหลัก ควบคู่การเปิดตลาดใหม่ ผลักดันการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้เกิดผลจริง เจาะตลาดลึกถึงระดับเมือง มณฑล หรือรัฐ เพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศ เชื่อม SME เข้ากับห่วงโซ่คุณค่าโลก สนับสนุนผู้ประกอบการไทยจากผู้รับจ้างผลิตหรือขายวัตถุดิบไปสู่การสร้างแบรนด์ ดีไซน์ เทคโนโลยีและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น
         


นอกจากนี้ จะเร่งแก้ไขกฎระเบียบให้ทันสมัย เอื้อต่อภาคธุรกิจ มีการให้บริการที่นอกจากต้องสะดวกและทันสมัยแล้ว ระยะเวลาต้องมีความรวดเร็วด้วย ซึ่งจะเสริมความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ และจะให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมาย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมทางการค้า ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายควรดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและเงื่อนไขเดียวกัน และยังเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง
         
“วิสัยทัศน์ที่วางไว้ จะไม่เกิดขึ้นได้จริง หากไม่สามารถเปลี่ยนไปสู่การลงมือทำได้ โดยหอการค้าและสมาคมการค้าซึ่งเป็นผู้นำของภาคธุรกิจ จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะทำให้การปลดล็อกเกิดขึ้นได้จริง เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นตัวแทนสมาชิก แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละอุตสาหกรรม ทำหน้าที่ทั้งรวบรวมปัญหา สะท้อนความต้องการของสมาชิก ส่วนกระทรวงพาณิชย์ พร้อมที่จะทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อปลดล็อกและสร้าง New Growth ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโตของประเทศ”นายพูนพงษ์กล่าว

 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง