จีนหันพึ่งตนเอง ข้าว-น้ำตาลเสี่ยงส่งออกลด ผลไม้ ไก่ เนื้อ ประมง ยังมีโอกาสขาย

img

สนค.ติดตามแนวโน้มการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรของจีน 10 ปีข้างหน้า พบกลุ่มธัญพืชและเนื้อสัตว์ มีการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นำเข้าข้าวโพด ข้าวสาลีลดลง แต่มีการส่งออกผัก ผลไม้ สัตว์น้ำเพิ่ม ชี้ไทยมีความเสี่ยงในการส่งออกข้าวและน้ำตาล หลังจีนจะนำเข้าลดลง แต่ยังมีโอกาสส่งออกผลไม้ ไก่แปรรูป เนื้อวัว เนื้อแกะ ประมง จากความต้องการที่ยังสูง แนะต้องให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน
         
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการศึกษาและติดตามแนวโน้มการนำเข้าสินค้าเกษตรของจีน พบว่า ในช่วงทศวรรษหน้า จีนมีแนวโน้มการพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธัญพืชและเนื้อสัตว์ ที่กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2568 ผลผลิตธัญพืชรวมแตะระดับ 715 ล้านตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และผลผลิตเนื้อสัตว์รวมทะลุ 100 ล้านตัน เป็นครั้งแรก และมีการนำเข้าสินค้าเกษตรหลักของจีนลดลงหลายรายการ โดยข้าวโพด ลด 80.6% และข้าวสาลี ลด 64.4% ขณะเดียวกัน จีนยังมีแนวโน้มขยายการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มผัก เพิ่ม 6.4% ผลไม้ เพิ่ม 4.4% และสัตว์น้ำ เพิ่ม 7.5%  
         
ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าว พบว่า สินค้ากลุ่มเสี่ยงที่ผู้ส่งออกไทยควรติดตามเฝ้าระวัง เตรียมการวางแผน และปรับกลยุทธ์ ได้แก่ กลุ่มข้าวและน้ำตาล ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าการนำเข้าข้าวของจีนจะลดลงเฉลี่ย 9.1% ต่อปี ทำให้เหลือการนำเข้าข้าวเพียง 0.95 ล้านตันในปี 2578 ขณะที่จีนมีแนวโน้มส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น ผู้ส่งออกข้าวไทยจึงอาจเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ขณะเดียวกัน จีนตั้งเป้าเพิ่มผลผลิตน้ำตาลในประเทศเฉลี่ย 2.5% ต่อปี ทำให้การนำเข้าน้ำตาลมีแนวโน้มลดลงเหลือราว 4 ล้านตันในปี 2578
         


อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเสี่ยง จากการที่จีนหันมาผลิตเองและส่งออกมากขึ้น แต่ก็มีหลายสินค้าที่ไทยยังมีโอกาสในการส่งออกไปจีน อาทิ ผลไม้ เพราะมีการคาดการณ์ว่าการนำเข้าผลไม้ของจีนจะขยายตัวเฉลี่ย 6.1% ต่อปี และจีนจะยังคงขาดดุลการค้าผลไม้ในระยะยาว จากความต้องการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคาดว่าการบริโภคผลไม้ของจีนจะโตเฉลี่ย 1.2% ต่อปี จนไปแตะที่ 369 ล้านตันในปี 2578 จึงเป็นโอกาสสำหรับผลไม้ไทยที่ยังมีช่องว่างตลาดให้เติบโตได้อีก โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้พรีเมียมและแปรรูป จากการที่จีนให้ความสำคัญกับสินค้าคุณภาพสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ
         
สำหรับกลุ่มเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อไก่แปรรูป คาดว่าปี 2578 จีนจะนำเข้าเนื้อสัตว์ปีก ราว 1.27 ล้านตัน เติบโตเฉลี่ย 2.4% ต่อปี ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกไก่แปรรูปของไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานสูง เช่นเดียวกับเนื้อวัวและเนื้อแกะที่คาดว่าการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว ส่วนสินค้าประมงและสัตว์น้ำคาดว่าการนำเข้าของจีนจะทรงตัวและเติบโตเฉลี่ย 1.6% ต่อปี แตะระดับ 8.08 ล้านตันในปี 2578 ถือว่ายังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพด้วยความต้องการที่มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ส่งออกกุ้งและอาหารทะเลแปรรูปของไทย
         
นายนันทพงษ์กล่าวว่า ทิศทางตลาดสินค้าเกษตรและอาหารในจีนในช่วงทศวรรษหน้า จีนจะเปลี่ยนจากตลาดนำเข้าสินค้าปริมาณมาก ไปสู่ตลาดสินค้าคุณภาพสูงและมีความหลากหลายมากขึ้น สอดคล้องกับรายได้ประชากรจีนที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 4.3% ต่อปี ในเขตเมือง และ 6.5% ในเขตชนบท รวมถึงอัตราการขยายตัวของเมืองที่จะแตะ 75% ภายในปี 2578 ปัจจัยเหล่านี้ จะหนุนให้ความต้องการสินค้าพรีเมียม สินค้าแปรรูป และสินค้าเพื่อสุขภาพ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
         
“ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกไปจีน ควรวางแผนยกระดับคุณภาพและสร้างแบรนด์สินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มผลไม้ ซึ่งยังเป็นจุดแข็งของไทยและมีช่องว่างในตลาด ขยายสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มในกลุ่มเนื้อไก่และอาหารทะเล เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ติดตามและศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสะดวกตามวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ พัฒนาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันไปในแต่ละมณฑลจีน รวมถึงติดตามนโยบายความมั่นคงทางอาหารของจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มข้าวและน้ำตาลที่มีความเสี่ยงตลาดหดตัว และควรกระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่นควบคู่กันไป โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดจีนได้ ทางเว็ปไซต์ www.คิดค้า.com ในหัวข้อ Briefing: ปักหมุดสินค้าไทยรุกตลาดจีน”นายนันทพงษ์กล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง