​“พาณิชย์”จับมือกรมการท่องเที่ยว ตำรวจ ตม. ลุยเกาะเต่า ตรวจสอบ 12 ธุรกิจนำเที่ยว

img

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจนำเที่ยวจำนวน 12 ราย ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี พบฝ่าฝืน พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 จำนวน 2 ราย สั่งเพิกถอนใบอนุญาตทันที และจัดการต่างชาติสอนดำน้ำที่ไม่มีใบอนุญาต และสอบเอาผิดนอมินี อีก 10 ราย ปิด 1 ราย อีก 9 ราย พบทำธุรกิจไม่ขัดกฎหมายของกรมการท่องเที่ยว กรรมการ พนักงานต่างชาติ มีใบอนุญาตถูกต้อง มีคนไทยร่วมบริหาร
         
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ทีมปราบนอมินี กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจนำเที่ยว ณ เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีเป้าหมายในการตรวจสอบบริษัทที่มีใบอนุญาตนำเที่ยว ซึ่งมีคนต่างชาติร่วมถือหุ้น โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้ มีเป้าหมายตรวจสอบ 12 บริษัท

สำหรับผลการตรวจสอบปรากฏ ดังนี้ 1.ตรวจพบการกระทำความผิด 2 ราย ได้แก่ 1.บริษัทนำเที่ยวพบกรรมการและผู้ถือหุ้นให้ข้อมูลการประกอบธุรกิจว่ามีบริการสอนดำน้ำ และอยู่ระหว่างขออนุญาตประกอบกิจการห้องพักแบบโฮสเทล โดยจากการตรวจสอบบริษัทดังกล่าว มีกรรมการผู้มีอำนาจชาวต่างชาติ 1 ราย และชาวไทย 1 ราย ซึ่งขัดกับ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ที่กำหนดว่า กรรมการเกินกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย กรมการท่องเที่ยวจึงได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยว และยังพบชาวต่างชาติสอนดำน้ำที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ในส่วนของกรมได้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทว่ามีพฤติกรรมในลักษณะนอมินีหรือไม่ พร้อมตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่ให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนบริษัทแก่บริษัทรายดังกล่าวด้วย และยังตรวจพบบริษัทนำเที่ยวประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตสาขา ซึ่งกรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว



2.ตรวจสอบบริษัทเป้าหมายอีก 10 ราย พบว่า บริษัทปิดชั่วคราว 1 ราย และอีก 9 ราย พบกรรมการและผู้ถือหุ้นให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจว่า ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการดำน้ำ หรือสอนดำน้ำ ต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนมีหลากหลายสัญชาติ มีสัดส่วนการถือครองหุ้น และสัดส่วนกรรมการ ไม่ขัดกับกฎหมายของกรมการท่องเที่ยว และพบว่ากรรมการและพนักงานชาวต่างชาติมีใบอนุญาตการทำงานถูกต้อง โดยคนไทยมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการ
         
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมจะดำเนินการตรวจสอบธุรกิจนอมินีอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลและเทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดกฎหมาย พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปราบปรามธุรกิจนอมินีเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมชัดเจน สร้างความเป็นธรรมให้แก่ภาคธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

ทั้งนี้ ขอเตือนผู้ประกอบธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงบริษัทให้คำปรึกษาด้านการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และบริษัทให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ให้ปฏิบัติตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของประเทศอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันสร้างบรรทัดฐานการประกอบธุรกิจที่มีความโปร่งใส โดยหากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด หรือพบธุรกิจใดเข้าข่ายกระทำความผิดในลักษณะนอมินี สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 4419 หรือ Call Center 1570

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง