​“ศุภจี”หนุนใช้ทรัพย์สินทางปัญญา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสค้าขาย

img

“ศุภจี” ผลักดันใช้ทรัพย์สินทางปัญญา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสการค้า ยันพาณิชย์มีแผนช่วยสนับสนุน ตั้งแต่การยกระดับสินค้า บริการ พัฒนาเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME “อรมน”รับลูก พลิกโฉมการทำงานให้สอดรับเศรษฐกิจยุคใหม่ เร่งปฏิรูปการจดทะเบียน ส่งเสริมเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและอัตลักษณ์ และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย  
         
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษงานสัมมนาวิชาการ CIPITC Symposium 2026 “Navigating the New Frontier of IP and Trade Laws : สำรวจพรมแดนใหม่ของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ” ผ่านวีดิทัศน์ เนื่องในโอกาสศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เปิดทำการครบ 29 ปี ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนา ซึ่งที่ผ่านมา มีการดำเนินการผ่าน 5 มาตรการสำคัญ เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพสินค้าและบริการ การยกระดับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ และมีรายได้เพิ่มขึ้น
         
โดย 5 มาตรการที่ดำเนินการ ได้แก่ 1.การดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ และยกระดับชุมชน ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมช่องทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ 2.การรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ด้วยกลไกการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าในกลุ่มเกษตรและเพิ่มมูลค่าได้ 2–5 เท่า 3.การสร้างความเข้มแข็งให้กับ SME และชุมชน โดยผลักดันการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนผ่านโครงการ IP Finance 4.การสร้างสมดุลการส่งออกและเจรจาการค้า เพื่อเชื่อมธุรกิจไทยสู่ห่วงโซ่การผลิตโลก ผ่านการเจรจา FTA ซึ่งทุกกรอบการเจรจาต่างให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และ 5.การยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการและปลดล็อกกฎระเบียบให้ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลและงานบริการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
         


“ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงคุ้มครองสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับประเทศ ตลอดจนช่วยยกระดับสินค้าและผู้ประกอบการไทย สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้ด้วย”นางศุภจีกล่าว
         
สำหรับบทบาทของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นเสาหลักของระบบกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศของไทย ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สร้างสรรค์ผลงานทั้งในและต่างประเทศ โดยในยุคที่ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม กลายเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก การคุ้มครองสิทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพและกระบวนการยุติธรรมที่น่าเชื่อถือ จึงเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
         
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรมได้พลิกโฉมการทำงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ จากหน่วยงานที่มุ่งเน้นการจดทะเบียนและคุ้มครองสิทธิ์ สู่การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Infrastructure) โดยเชื่อมโยงภารกิจทั้งในด้านการส่งเสริม การสร้างสรรค์ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน
         


โดยกรมให้ความสำคัญกับการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก คือ 1.การปฏิรูประบบจดทะเบียนและการให้บริการสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูลและตรวจสอบคำขอ การปรับปรุงระบบการยื่นคำขอและกระบวนการตรวจสอบให้เป็นระบบ e-Filing และ e-flow ที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความโปร่งใสในการบริการ พร้อมพัฒนาบริการ Fast Track สำหรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในสาขาที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจและรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
         
2.การยกระดับเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและอัตลักษณ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยกรมได้ผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาได้พบปะกับผู้ซื้อและนักลงทุน เพื่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจและเกิดมูลค่าการซื้อขายอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการพัฒนาสินค้า GI อย่างครบวงจร เพื่อกระจายรายได้และสร้างชุมชนผู้ผลิตที่เข้มแข็ง ตลอดจนการขับเคลื่อนโครงการ IP Finance เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดเป็นทุนทางธุรกิจ โดยเตรียมจัดทำ Pilot Project หรือ Sandbox ในไตรมาส 4 ของปีนี้ เพื่อทดสอบกลไกการประเมินมูลค่าและการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงิน นำร่องในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและความพร้อม เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์และอุตสาหกรรมอาหาร
         
3.การปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก โดยอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ทั้งด้านสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวมถึงการยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าตอบแทนการใช้งานลิขสิทธิ์ เพื่อยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากลมากยิ่งขึ้น

 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง