​สนค.แนะผู้ผลิตโกโก้ไทย สร้างจุดขายสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง ส่งออกตลาดโลก

img

สนค.ติดตามสถานการณ์การค้าสินค้าโกโก้ของโลกและของไทย พบมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การส่งออกของไทยก็มีแนวโน้มขยายตัว แนะผลิตสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง ชูแหล่งผลิต เข้มคุณภาพ คุณค่าทางโภชนาการ ขายความแตกต่าง เน้นทำธุรกิจโปร่งใส มั่นใจแข่งขันในตลาดโลกได้แน่
         
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าสินค้าโกโก้ของโลกและไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ตลาดโกโก้และช็อกโกแลตทั่วโลกมีมูลค่า 55,870 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดการณ์ปี 2569 จะเติบโตเป็น 58,650 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะเติบโตถึง 86,520 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2577 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 4.98% ส่วนการส่งออกโกโก้และของปรุงแต่งของไทย ในปี 2568 มีมูลค่า 131.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วง 3 เดือนของปี 2569 มูลค่า 32.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดสำคัญ คือ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เมียนมา สปป.ลาว และมีตลาดศักยภาพที่ขยายตัวดี เช่น นอร์เวย์ มอริเซียส สวีเดน ฟินแลนด์ และสเปน
         
สำหรับราคาของเมล็ดโกโก้ในตลาดโลก ช่วงปี 2566 จนถึงต้นปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาก่อนหน้าอย่างมาก จากปัญหาสภาพภูมิอากาศแปรปรวนในภูมิภาคผู้ปลูกโกโก้รายใหญ่ของโลก ต่อมาราคาเริ่มปรับตัวลดลงจนปรับฐานใหม่ในช่วงต้นปี 2569 แต่ยังสูงกว่าราคาเฉลี่ยของช่วงเวลาก่อนการพุ่งสูงขึ้นของราคา

นอกจากนี้ ในปี 2566 ยังมีการประกาศใช้กฎระเบียบ EU Deforestation Regulation (EUDR) ของสหภาพยุโรป ที่กำหนดให้การผลิตโกโก้ต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) และต้องไม่เป็นการตัดไม้ทำลายป่า (Deforestation) เมื่อพิจารณาปัจจัยข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโกโก้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Shift) มากกว่าที่จะเป็นความผันผวนระยะสั้นที่ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ดังนั้น การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ผลิต



ขณะเดียวกัน ได้มีการประเมินแนวโน้มการเติบโตของช็อกโกแลต ได้แก่ ช็อกโกแลตพรีเมียม คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มจาก 7.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 เป็น 17.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2575 เติบโตเฉลี่ยต่อปี 8.7% ช็อกโกแลตฟังก์ชัน คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มจาก 61.8 เป็น 106.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 8.1% ช็อกโกแลตจากพืช คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มจาก 0.81 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1.87 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 15% ส่วนช็อกโกแลตปราศจากน้ำตาล และดาร์กช็อกโกแลต มีการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 7.3% และ 4.8% ตามลำดับ

“จากแนวโน้มดังกล่าว แม้ไทยจะผลิตสินค้าโกโก้และช็อกโกแลตเป็นมูลค่าไม่มาก แต่สามารถสร้างโอกาสทางการค้าได้ โดยต้องมุ่งเน้นสู่สินค้าแปรรูปมูลค่าสูง อาทิ การชูเรื่องราวของแหล่งผลิตสินค้า การให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบและส่วนผสม คุณค่าทางโภชนาการ การสร้างความแตกต่างในรสชาติ ตลอดจนการทำธุรกิจที่โปร่งใสเป็นธรรมต่อทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ จะช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานของสินค้าโกโก้และช็อกโกแลตของไทยมีความเข้มแข็ง และเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลกต่อไป”นายนันทพงษ์กล่าว

นายบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย ได้ปรับตัวไปสู่การผลิตคราฟต์ช็อกโกแลต ที่มุ่งเน้นคุณภาพ มีอัตลักษณ์และรสชาติพิเศษ สามารถตรวจสอบที่มาแหล่งเพาะปลูกได้ และแม้จะเป็นตลาดขนาดเล็ก แต่คาดว่าจะเติบโตในอัตราที่สูงกว่าตลาดโกโก้และช็อกโกแลตเชิงอุตสาหกรรมที่เป็นการผลิตเน้นปริมาณ และเมื่อพิจารณาต้นทุนการปลูกโกโก้ของเกษตรกรไทยที่สูง ไทยไม่ควรขายเมล็ดโกโก้แห้งเป็นวัตถุดิบแข่งในตลาด แต่ควรสร้างมูลค่าโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ก่อนจำหน่าย เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซียที่เป็นผู้แปรรูปช็อกโกแลตรายสำคัญ โดยรัฐบาลอินโดนีเซียสนับสนุนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้เมล็ดโกโก้ถูกนำมาแปรรูปในประเทศเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 85% ของเมล็ดทั้งหมด ส่วนมาเลเซียเป็นผู้นำเข้าเมล็ดโกโก้รายใหญ่ของโลกเพื่อแปรรูปและส่งออก และ Malaysian Cocoa Board (MCB) เป็นหน่วยงานดูแลการผลิตและการค้าอย่างครบวงจร
         
สำหรับสินค้าที่ไทยควรมุ่งเป้า คือ สินค้าเพื่อสุขภาพ เนื่องจากโกโก้มีสารฟลาโวนอยด์สูง เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและบริโภคสม่ำเสมอ หรือสินค้ากลุ่ม Plant-based เช่น การใช้ข้าวไทยมาผลิตช็อกโกแลตนมแทนการใช้นมผง และกลุ่มสินค้าที่เน้นรสชาติมีเอกลักษณ์ เช่น ช็อกโกแลตแท่งรสข้าวซอย ช็อกโกแลตรสแกงไทย และสินค้ายั่งยืน เนื่องจากโกโก้เป็นหนึ่งในสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการ EU Deforestation Regulation (EUDR) สมาคมฯ จึงร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) พัฒนาแพลตฟอร์มบันทึกข้อมูลการปลูกและกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยวที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปถึงแปลงปลูก เพื่อออกรายงานรองรับการค้าภายใต้ระเบียบ EUDR

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง