“ศุภจี”เผยปีนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการบันเทิงไทย ทั้งภาพยนตร์ แอนิเมชัน และธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่อง จำนวน 15 บริษัท เข้าร่วมงาน Marché du Film – Cannes Film Festival 2026 ณ เมืองคานส์ ฝรั่งเศส มั่นใจเปิดตัวสู่ตลาดต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นแน่ ตั้งเป้ามูลค่าเจรจาการค้าไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เข้าเยี่ยมชมคูหา Thailand Pavilion ภายในงาน Marché du Film–Cannes Film Festival 2026 ครั้งที่ 68 ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยในปีนี้ DITP ได้นำผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชัน และบริการเกี่ยวเนื่องของไทย จำนวน 15 บริษัท เข้าร่วมงาน ระหว่างวันที่ 12–20 พ.ค.2569 ภายใต้คูหา Thailand Pavilion บนพื้นที่ 82 ตารางเมตร และเป็นครั้งที่ 19 ที่ไทยนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า ขยายช่องทางตลาดต่างประเทศ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในปีนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ (Film Production and Distribution) จำนวน 12 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท บิบบิดี้ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด 2.บริษัท เฟียร์โฟล์คส เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด 3.บริษัท ฟิล์ม เฟรม โปรดักชั่นส์ จำกัด 4.บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด 5.บริษัท จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 6.บริษัท เอ็ม ดิสทริบิวชั่น จำกัด 7.บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด 8.บริษัท ณวลาร์ท นิมิต จำกัด 9.บริษัท ปลาบลาบลา จำกัด 10.บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 11.บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด 12.บริษัท ทีแอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มบริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Production and Post-Production Services) จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท เบนีโทน ฟิล์มส์ จำกัด 2.บริษัท เซคคันด์ สกิน สตูดิโอ จำกัด 3.บริษัท ไวท์ ไลท์ สตูดิโอ จำกัด

“กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่า การนำผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชัน และบริการเกี่ยวเนื่อง เข้าร่วมงาน Marché du Film ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างโอกาสความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่เวทีโลก และจากการที่ได้หารือและพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงาน พบว่า มีโอกาสสูงมาก โดยปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าให้เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 250 คู่ และคาดว่าจะสร้างมูลค่าเจรจาการค้าได้ไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท”นางศุภจีกล่าว
โดยผลการเข้าร่วมงาน Marché du Film ในปี 2568 DITP ได้นำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) จำนวน 12 บริษัท ภายใต้คูหา Thailand Pavilion เป็นครั้งที่ 18 โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 ราย จาก 140 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย ศิลปิน นักแสดง และเอเยนต์จากนานาประเทศ สามารถสร้างการเจรจาการค้าได้รวม 329 นัดหมาย คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 504.39 ล้านบาท โดยประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ตามลำดับ
งาน Marché du Film จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2502 (1959) ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในตลาดซื้อขายภาพยนตร์ระดับนานาชาติที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของโลก โดยจัดควบคู่กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ (Cannes Film Festival) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลกได้พบปะเจรจาธุรกิจ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการผลิตร่วมระหว่างประเทศ (Co-production) และขยายโอกาสการซื้อขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และคอนเทนต์ในระดับสากล

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

