​“ศุภจี”ควง “ซาบีดา” เปิด Thailand Pavilion งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

img

“ศุภจี”ควง “ซาบีดา” เปิด Thailand Pavilion ภายในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ที่ฝรั่งเศส โชว์ศักยภาพภาพยนต์และวิดีทัศน์ของไทย มั่นใจการเข้าร่วมงานจะทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างพันธมิตร และเพิ่มโอกาสขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ปลื้ม 2 ภาพยนตร์ไทย ได้รับคัดเลือกให้ฉายในเทศกาล ย้ำมีมาตรการดึงต่างชาติลงทุนผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ในไทย ได้รับเงินคืนสูงสุด 20%

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเป็นประธานเปิดคูหาประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ในนามประเทศไทย หรือ Thailand Pavilion ภายในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ระหว่างวันที่ 12-23 พ.ค.2569 ณ หมู่บ้านนานาชาติ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของไทย เป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพสูง สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และส่งเสริมการจ้างงาน รวมถึงเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และภาพยนตร์ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และการเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
         
“ต้องขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยมีบทบาทบนเวทีระดับโลก ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”นางศุภจีกล่าว
         
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์วัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แนวคิด Content Thailand ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาผลงานคุณภาพ และผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยประเทศไทยได้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก
         


ทั้งนี้ ขอแสดงความยินดีกับภาพยนตร์เรื่อง 9 Temples to Heaven (9 วัดสู่สวรรค์) และ What do you seek in the dark? (หาอะไร?) ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 โดย 9 Temples to Heaven ได้รับคัดเลือกในสาย Directors’ Fortnight และ “What Do You Seek in the Dark?” ได้รับคัดเลือกในสาย Critics’ Week ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีโลก
         
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังจัดกิจกรรม Thai Pitch โดยนำโครงการภาพยนตร์ที่ผ่านการคัดเลือก อย่างพิถีพิถัน จำนวน 3 โครงการ มานำเสนอแนวคิดและศักยภาพของผลงานต่อนักลงทุน ผู้ร่วมผลิต และผู้ที่สนใจจากนานาประเทศ โดยมีผู้กำกับและผู้สร้างภาพยนตร์เข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนและต่อยอดความร่วมมือ และยังได้จัดกิจกรรมร่วมกับสื่อชั้นนำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงระดับโลก “Deadline" ภายใต้ชื่อ “Thai Cinema Global Showcase 2026” นำเสนอภาพยนตร์ไทยที่มีความโดดเด่น จำนวน 5 เรื่อง โดยนำตัวแทน 5 บริษัท ร่วมพูดคุยเพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดนานาชาติ พร้อมกันนี้ ยังได้นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 15 บริษัท เข้าร่วมตลาดภาพยนตร์ เพื่อจัดแสดงผลงานและเจรจาธุรกิจในระดับนานาชาติ
         
สำหรับความพิเศษสำคัญในปีนี้ ประเทศไทยได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์จากต่างประเทศ โดยบริษัทต่างชาติที่ว่าจ้างผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยที่มีมูลค่าสัญญาขั้นต่ำต่อโครงการ ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับการสนับสนุนในรูปแบบเงินคืน (Cash Rebate) สูงสุดถึง 20% โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมบริการด้านการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์อย่างครบวงจร อาทิ แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ เกม และงานโพสต์โปรดักชัน  
         
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 15 บริษัทที่เข้าร่วมงานในปีนี้ ประกอบด้วย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ (Film Production and Distribution) จำนวน 12 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท บิบบิดี้ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด 2.บริษัท เฟียร์โฟล์คส เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด 3.บริษัท ฟิล์ม เฟรม โปรดักชั่นส์ จำกัด 4.บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด 5.บริษัท จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 6.บริษัท เอ็ม ดิสทริบิวชั่น จำกัด 7.บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด 8.บริษัท ณวลาร์ท นิมิต จำกัด 9.บริษัท ปลาบลาบลา จำกัด 10.บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 11.บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด 12.บริษัท ทีแอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด และบริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Production and Post-Production Services) จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ 13.บริษัท เบนีโทน ฟิล์มส์ จำกัด 14.บริษัท เซคคันด์ สกิน สตูดิโอ จำกัด 15.บริษัท ไวท์ ไลท์ สตูดิโอ จำกัด

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง