​เศรษฐกิจชะลอ พลังงานเพิ่ม หนี้สูง เกษตรต้นทุนพุ่ง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย.ลด

img

สนค.เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน เม.ย.69 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 45 อยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง เหตุเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป เจอแรงกดดันจากราคาพลังงาน กระทบต่อต้นทุนและสินค้า กำลังซื้อมีจำกัด หนี้ครัวเรือนและธุรกิจสูง ภาคเกษตรต้นทุนผลิตเพิ่ม แต่ยังดีได้ท่องเที่ยว ส่งออกช่วยประคอง หวังมาตรการรัฐ ตะวันออกกลางคลี่คลาย ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในระยะต่อไป
         
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือน เม.ย.2569 ที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,321 ราย ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ อยู่ที่ระดับ 45.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 45.5 และอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น (ต่ำกว่าระดับ 50) ติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 35.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 36.8 ยังคงอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 51.7 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 51.2 ในเดือนก่อนหน้า และยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น
         
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง มาจากแรงกดดันของเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงมีทิศทางของการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและราคาสินค้า ขณะที่กำลังซื้อยังฟื้นตัวได้จำกัด หนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ภาคเกษตรเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ได้ภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกยังช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ ท่ามกลางแรงกดดันอย่างรอบด้าน
         


ส่วนที่ความเชื่อมั่นในอนาคตเพิ่มขึ้น เพราะประชาชนคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มกำลังซื้อได้ในระยะสั้น และประเมินว่าหากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางคลี่คลาย ราคาน้ำมันปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเอื้อต่อการลดลงของต้นทุนในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้เศรษฐกิจมีโอกาสค่อย ๆ ฟื้นตัว และช่วยให้ระดับความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นในระยะถัดไป
         
“การปรับลดลงอย่างต่อเนื่องของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน เม.ย.2569 สะท้อนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ และปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนในระบบเศรษฐกิจ และเมื่อพิจารณาโครงสร้างปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่น พบว่า สัดส่วนความสำคัญของปัจจัยด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และขยับขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญอันดับสอง รองจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจไทย โดยเศรษฐกิจไทยยังมีแรงประคับประคองจากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ส่วนในอนาคต คนยังมีความหวังจากมาตรการภาครัฐ และหากสถานการณ์ภายนอกคลี่คลาย โดยเฉพาะด้านพลังงาน ก็จะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ความเชื่อมั่นทยอยปรับดีขึ้น”นายนันทพงษ์กล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง