​“พาณิชย์”ควงผู้ส่งออกบุกญี่ปุ่น กระชับสัมพันธ์ผู้นำเข้า จัดโปรโมตข้าวหอมมะลิไทย

img

กรมการค้าต่างประเทศนำคณะผู้ส่งออกข้าวไทยเยือนญี่ปุ่น พบปะหารือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนญี่ปุ่น เผยผู้นำเข้าเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐานของข้าวไทย และจะนำเข้าต่อเนื่อง หลังมีความต้องการนำไปใช้แปรรูปและในร้านอาหาร พร้อมขอกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงญี่ปุ่น พิจารณานำเข้าข้าวไทยในระดับ 3 แสนตันต่อไป ระบุยังได้จัดกิจกรรมโปรโมตข้าวหอมมะลิไทย เชิญผู้นำเข้า ผู้ประกอบการ สื่อรวมงาน ชมเสียงเดียวกัน ข้าวไทยโออิชิ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17–21 เม.ย.2569 ที่ผ่าน กรมได้นำคณะผู้ส่งออกข้าวไทยเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อพบปะหารือและกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าข้าวของญี่ปุ่น พร้อมทั้งจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยร่วมกับร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นตามแนวคิด Think Rice Think Thailand เพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภคข้าวไทยและรักษาส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยในญี่ปุ่นให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ไทยส่งออกข้าวไปญี่ปุ่นปีละประมาณ 2.9-3 แสนตัน คิดเป็นสัดส่วน 38-39% ของข้าวที่ญี่ปุ่นนำเข้า 7.6 แสนตันต่อปี ซึ่งในนี้ ใช้ในอุตสาหกรรม 6.6 แสนตัน และใช้ในครัวเรือนและร้านอาหาร 1 แสนตัน

โดยในการเดินทางไปครั้งนี้ กรมได้นำคณะพบกับบริษัท Overseas Merchandise Inspection Company (OMIC) ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพข้าวนำเข้าของญี่ปุ่น พบกับผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ ได้แก่ บริษัท Itochu Corporation จำกัด บริษัท Kanematsu Corporation จำกัด และบริษัท Kitoku Shinryo จำกัด ซึ่งทั้ง 4 บริษัท ยืนยันว่าข้าวไทยมีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภคจนถึงปัจจุบัน มีการส่งมอบตามกำหนด และจะนำเข้าข้าวไทยต่อไป แม้ว่าการนำเข้าข้าวไทยนอกโควตาที่ต้องเสียภาษีประมาณ 341 เยนต่อกิโลกรัม (68 บาทต่อกิโลกรัม) และผู้นำเข้า 3 บริษัทยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าความต้องการข้าวไทยในญี่ปุ่นยังคงมีอย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมแปรรูป อาทิ เซมเบ้ โชยุ มิโซะ และเหล้าอาวาโมริ และเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและร้านอาหาร  

ทั้งนี้ ยังได้พบหารือกับบริษัท Hanamaruki Foods Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตมิโซะรายใหญ่ของญี่ปุ่น โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้า โดยที่ผ่านมาใช้ข้าวญี่ปุ่นเท่านั้น ต่อมาเห็นว่าข้าวไทยมีคุณสมบัติและรสชาติที่ดีและใกล้เคียงกับข้าวญี่ปุ่น ประกอบกับราคาข้าวไทยเหมาะสม จึงได้ปรับสูตรมิโซะสำหรับทำจากข้าวไทย ปัจจุบันข้าวไทยจึงเป็นวัตถุดิบหลักสำคัญในการผลิตมิโซะของบริษัท และยืนยันว่าจะยังคงใช้ข้าวไทยต่อไปอย่างแน่นอน



ส่วนการพบหารือกับอธิบดีกรมผลิตผลการเกษตร (Crop Production Bureau) ของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น (MAFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำหนดปริมาณการนำเข้าข้าวและกำกับดูแลการประมูลเพื่อนำเข้าข้าวของญี่ปุ่น โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าข้าวระหว่างกัน โดยฝ่ายญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันราคาข้าวในญี่ปุ่นได้ปรับตัวลดลง เนื่องจากในระยะที่ผ่านมาภาครัฐโดยหน่วยงาน MAFF ได้ทยอยนำข้าวเมล็ดกลางและเมล็ดสั้น (ชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภคข้าวเมล็ดกลางและเมล็ดสั้น) ในสต็อกของรัฐออกมาระบายสู่ตลาด และคาดว่าในเดือน พ.ค.2569 หน่วยงาน MAFF จะเริ่มทยอยเปิดประมูลนำเข้าข้าวเมล็ดกลางและเมล็ดสั้นจากต่างประเทศ เพื่อทดแทนข้าวในสต็อก ซึ่งกรมได้ย้ำขอให้ญี่ปุ่นพิจารณารักษาระดับการนำเข้าข้าวไทยในปริมาณที่ใกล้เคียงกับที่ผ่านมาประมาณ 3 แสนตันต่อปี เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิตดีที่ต่อกัน

นางอารดากล่าวว่า กรมยังได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทย ณ ร้านอาหารไทย Jasmin Thai Terrace Akasaka ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้นำเข้าข้าว ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนมาเข้าร่วมกิจกรรมรวมประมาณกว่า 40 ราย โดยได้จัดแสดงตัวอย่างข้าวไทยชนิดต่าง ๆ ประกอบด้วยข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมไทย ข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสังข์หยด และข้าวหอมนิล เพื่อนำเสนอความหลากหลายของข้าวไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ควบคู่กับการสร้างการจดจำเกี่ยวกับเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย พร้อมทั้งแจกสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้แก่ แผ่นพับและใบปลิว เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานข้าวไทย เครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย และความหลากหลายของข้าวไทย พร้อมแจกของที่ระลึกที่มีเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำ

ขณะเดียวกัน ได้จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ชิมข้าวพรีเมียมไทย ได้แก่ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวสังข์หยด ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะทั้งด้านกลิ่น รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการ และมีกิจกรรมสาธิตการปรุงอาหารไทยผัดกะเพราหมูสับ ซึ่งเป็นเมนูยอดฮิตในญี่ปุ่น และได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ทานข้าวหอมมะลิไทยคู่กับอาหารไทยที่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น ได้แก่ ไข่เจียว ผัดกะเพรา แกงเขียวหวาน และต้มยำกุ้ง รวมทั้งอาหารหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งต่างชื่นชมว่า ข้าวไทยมีรสชาติดี นุ่ม และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ในงานดังกล่าว กรมยังได้มอบเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยให้แก่ร้านอาหารไทย Jasmin Thai Terrace ซึ่งมี 11 สาขาในกรุงโตเกียว เพื่อแสดงว่าร้านอาหารนี้ใช้ข้าวหอมมะลิไทยที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศไทยและมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยปัจจุบันกรมได้มอบเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยให้แก่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศทั่วโลกแล้วรวม 41 ร้าน สำหรับประเทศญี่ปุ่น ร้าน Jasmin Thai Terrace เป็นร้านแรกที่ได้รับเครื่องหมายรับรองดังกล่าว โดยกรมจะร่วมกับทูตพาณิชย์กรุงโตเกียว เดินหน้าประชาสัมพันธ์และมอบเครื่องหมายดังกล่าวในญี่ปุ่นต่อไป

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง