​ส่งออก มี.ค.69 ทำสถิตินิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7%

img

ส่งออก มี.ค.69 มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 21 เดือน ทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ได้แรงหนุนจากส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ การเร่งส่งออกช่วงภาษีสหรัฐฯ ผ่อนคลาย สินค้าเกษตรและอาหารขายดีขึ้น รวม 3 เดือน 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 17.6% คาด เม.ย.ยังดีต่อ ส่วนเป้าทั้งปี ประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ ตั้งแต่บวก 8% 3% และลบ 3%

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทย เดือน มี.ค.2569 มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.7% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ติดต่อกัน และทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 1,087,460 ล้านบาท การนำเข้ามีมูลค่า 38,496.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.7% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 1,206,111 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 3,339.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 118,652 ล้านบาท รวม 3 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) การส่งออก มูลค่า 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.6% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 2,980,771 ล้านบาท การนำเข้ามูลค่า 105,646.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 32.4% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 3,317,289 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 336,518 ล้านบาท

โดยปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการส่งออกให้ขยายตัว ยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแรงส่งในช่วงที่มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงระยะสั้น การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด เนื้อสุกร และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
         
สำหรับรายละเอียดการส่งออก สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 1.1% กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร ลด 10.7% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 14% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป น้ำตาลทราย ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ทุเรียนสด ข้าวหอมมะลิ เครื่องเทศและสมุนไพร และมังคุดสด ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องดื่ม ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และเนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ ทั้งนี้ 3 เดือนของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลด 2.1%
         


ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 21.4% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ทั้งนี้ 3 เดือนของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 21.3%
         
ทางด้านตลาดส่งออก ส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดี ตลาดหลัก เพิ่ม 20.2% โดยสหรัฐฯ เพิ่ม 41.9% ญี่ปุ่น เพิ่ม 9.1% สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) เพิ่ม 21.9% และอาเซียน (5 ประเทศ) เพิ่ม 25% แต่จีน ลด 1.1% CLMV ลด 0.1% ตลาดรอง เพิ่ม 21.6% โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ 123.3% ทวีปออสเตรเลีย 56.2% ทวีปแอฟริกา 5% ลาตินอเมริกา  26.2% และสหราชอาณาจักร 14.6% แต่ตะวันออกกลาง ลด 57.1% ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าผลกระทบจากสงครามได้เริ่มส่งผลชัดเจน รัสเซียและ CIS ลด 38.9% และตลาดอื่น ๆ ลด 35.4%
         
นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในเดือน เม.ย.2569 คาดว่า จะยังอยู่ในทิศทางที่ขยายตัวจากปีก่อน ด้วยแรงหนุนของการปรับเปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์และมือถือที่รองรับการประมวลผล AI และการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง รวมไปถึงการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงที่สหรัฐฯ เก็บภาษี 10% แต่ยังต้องระวังปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ที่จะกระทบต่อการขนส่งโลจิสติกส์ และราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และการบริโภคของประเทศคู่ค้าที่จะชะลอลง รวมถึงความเสี่ยงจากการดำเนินมาตราการทางการค้าใหม่ ๆ ของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต
         
สำหรับการคาดการณ์ส่งออก ปี 2569 ประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ โดยกรณีที่ดีที่สุด คาดว่าจะบวก 8% มูลค่า 366,858 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะอิเล็กทรอนิกส์เติบโตต่อเนื่อง ตามความต้องการรองรับ AI และ Data Center เศรษฐกิจโลกไม่ชะลอตัวมากเท่าที่ควร การเร่งใช้ประโยชน์จากการเร่งส่งออก เพื่อหนีมาตรการภาษีสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีแรก กรณี 2 บวก 3% มูลค่า 349,824.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรักษาการเติบโตได้ดีระดับหนึ่ง ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ไม่กระทบเดินเรือ เศรษฐกิจโลกชะลอตัวไม่รุนแรง เงินเฟ้อไม่สูง และกรณี 3 ต่ำสุด ติดลบ 3% 329,446 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นภาวะขัดแย้งในตะวันออกกลางเกิดต่อเนื่อง เศรษฐกิจ ความต้องการ ชะลอตัว เงินเฟ้อสูง

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง