​ค้าภายในถกบริหารน้ำมันปาล์ม ยังจัดการได้ ทั้งบริโภค พลังงาน ส่งออก ราคาชาวสวน

img

กรมการค้าภายในประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม เผยการใช้ในประเทศทรงตัว ใช้ในพลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็น 1.1 แสนตัน ส่วนการส่งออก เดือน เม.ย. อนุญาตกว่า 9 หมื่นตัน ยังจัดการได้ คาดแนวโน้มผลผลิตลดลง จากอากาศแปรปรวนและแห้งแล้ง ราคาผลปาล์มปรับลงตามราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดโลก แนะเกษตรกรตัดปาล์มสุก เพื่อให้ได้เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงและขายได้ราคาดี
         
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ครั้งที่ 2/2569 ว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด ภายใต้บริบทของสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ภาครัฐมีนโยบายเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อเป็นส่วนผสมน้ำมันดีเซล B5 เป็น B7 และ B20 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในภาคพลังงานเพิ่มสูงขึ้น จึงต้องบริหารจัดการสมดุลในภาพรวมอย่างรอบคอบ ทั้งการบริโภคและใช้ในอุตสาหกรรมภายในประเทศ การใช้ด้านพลังงาน และการส่งออก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
         
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ พบว่า การใช้น้ำมันปาล์มเพื่อการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ยังคงทรงตัว ส่วนที่เปลี่ยนแปลงชัดเจน คือ ภาคพลังงาน จากเดิมช่วงที่ใช้ B5 มีการใช้น้ำมันปาล์มประมาณ 70,000 ตันต่อเดือน ปัจจุบันเมื่อมีการใช้ B7 และ B20 เพิ่มขึ้น ทำให้การใช้ขยับมาอยู่ที่ประมาณ 110,000 ตันต่อเดือน ขณะที่การส่งออกในเดือน เม.ย.2569 ได้อนุญาตส่งออกแล้ว กว่า 90,000 กว่าตัน
         
สำหรับด้านผลผลิต นางอภิญญา นะมาตร์ ผู้แทนเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า ผลผลิตปาล์มน้ำมันในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนและภาวะแห้งแล้ง ส่งผลให้ผลปาล์มออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีก่อน โดยมีการปรับประมาณการล่าสุดของเดือน มี.ค. จากเดิม 2 ล้านตัน เหลือ 1.88 ล้านตัน เม.ย. เหลือ 2.24 ล้านตัน และ พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตสูงสุดของปี คาดว่าจะมีผลผลิตอยู่ที่ 2.506 ล้านตัน ลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะมีผลผลิต 2.76 ล้านตัน
         


ส่วนสถานการณ์ด้านราคา ณ วันที่ 20 เม.ย.2569 ราคารับซื้อผลปาล์มเฉลี่ยอยู่ที่ 6.60-7.20 บาทต่อกิโลกรัม ที่เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% โดยการปรับตัวลดลงของราคา เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งความผันผวนของราคาพลังงานโลก ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในตลาดโลก รวมถึงภาวะตลาดในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วง 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะราคา CPO ของมาเลเซียที่เคยปรับขึ้นไปถึงกว่า 39 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 36.4 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน โดยเกษตรกร ต้องให้ความสำคัญกับการตัดผลปาล์มสุก เพื่อให้ได้เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงกว่า 18% หากได้ 19-20% ก็จะขายได้ราคาดีขึ้น
         
นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เกษตรกรต้องการให้ภาครัฐดูแลให้การบริหารจัดการเป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเป็นธรรม ทั้งในเรื่องการส่งออกและการนำน้ำมันปาล์มไปใช้ด้านพลังงาน โดยไม่ให้เกษตรกรต้องเป็นฝ่ายรับภาระเพียงด้านเดียว พร้อมขอให้กรมการค้าภายในติดตามตรวจสอบโครงสร้างราคารับซื้อผลปาล์มของโรงงานอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าราคารับซื้อมีการปรับลดลงต่อเนื่องในบางช่วง จนสร้างข้อสงสัยให้เกษตรกรในหลายพื้นที่ ส่วนต้นทุนการผลิตของเกษตรกรปัจจุบันปรับสูงขึ้นมาก ทั้งค่าแรงงาน ค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน และค่าขนส่ง จึงอยากให้ภาครัฐเข้าไปดูแลราคาปัจจัยการผลิตควบคู่กันด้วย

นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ผู้แทนบริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การกำหนดราคารับซื้อและการตัดสินใจทำธุรกิจในช่วงนี้ ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคา CPO ในตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเจรจากับคู่ค้า ต้นทุนการผลิต และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเมื่อการส่งออกอ้างอิงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ หากเงินบาทแข็งค่า ก็อาจทำให้ราคาที่คำนวณกลับมาแล้วไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจ ส่งผลให้บางช่วงผู้ประกอบการอาจหันมาพิจารณาจำหน่ายในประเทศมากขึ้น

นายไพโรจน์ สวัสดิ์ตยวงศ์ ผู้แทนบริษัท สยาม ออยล์โปรดักส์ จำกัด กล่าวว่า การยื่นเอกสารและหลักฐานเพื่อขออนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มในขณะนี้ ยังดำเนินการได้ตามปกติ ไม่ได้มีอุปสรรคหรือติดขัดในทางปฏิบัติแต่อย่างใด สะท้อนว่ามาตรการให้แจ้งข้อมูลล่วงหน้าเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการภาพรวม มากกว่าจะเป็นการปิดกั้นการค้า

น.ส.สุทัศษา สังข์สำราญ ผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า การขยายจุดจำหน่าย B20 มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 20 เม.ย.2569 มีสถานีบริการที่พร้อมจำหน่ายประมาณ 100 แห่ง และคาดว่าภายในสิ้นเดือน เม.ย.2569 จะเพิ่มเป็นประมาณ 200 แห่ง และสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซล ยังยืนยันว่า กำลังการผลิตในปัจจุบันสามารถรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้ โดยสามารถผลิตได้เกือบ 170,000-180,000 ตันต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าระดับการใช้งานปัจจุบันที่อยู่ราว 100,000 ตันต่อเดือน

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง