“ศุภจี”เผยไทยส่งคำแก้ต่างแล้ว หลังสหรัฐฯ เปิดไต่สวนภายใต้ ม.301 มั่นใจชี้แจงได้

img

“ศุภจี”เผยไทยส่งคำแก้ต่างกรณีสหรัฐฯ เปิดไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ทันเส้นตาย 15 เม.ย.69 ชี้แจง 3 อุตสาหกรรมไทย ไม่ได้มีกำลังการผลิตส่วนเกิน และไม่ได้นำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานภาคบังคับ เตรียมบินพบ USTR ต้นเดือน พ.ค.69 ชี้แจงซ้ำ มั่นใจในการแก้ต่างของไทย แต่ไม่มั่นใจผลการพิจารณา เผยสหรัฐฯ จะประกาศก่อนภาษีตามมาตรา 122 สิ้นสุดลง 24 ก.ค.69
         
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรา 301 กฎหมายการค้า กับประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย เพื่อเก็บภาษีนำเข้า ว่า หลังจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้กล่าวหาหรือเปิดไต่สวนไทยภายใต้มาตรา 301 ไทยใน 2 ประเด็น คือ 1.มีกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยกล่าวหาทั้งหมด 16 ประเทศ รวมไทย และ 2.นำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานภาคบังคับ โดยกล่าวหา 60 ประเทศ รวมไทย และเปิดให้ประเทศที่ถูกกล่าวหา ส่งคำแก้ต่างหรือเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปให้ USTR พิจารณาภายในวันที่ 15 เม.ย.2569 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งคำแก้ต่างไปให้ USTR แล้วเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2569 ตามกำหนด
         
โดยในการแก้ต่าง ไทยได้ชี้แจงว่า ทั้ง 3 อุตสาหกรรมไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินแต่อย่างใด และที่สำคัญ เป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงรัฐบาลก่อนที่ส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยใช้วัตถุดิบ หรือส่วนประกอบในประเทศให้ได้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมสินค้าไทย เข้าใจว่า ในประเด็นนี้ สหรัฐฯ คงเกรงว่า ไทยอาจเป็นทางผ่านของสินค้าจากประเทศอื่นแล้วส่งออกต่อไปสหรัฐฯ เพื่อหลบเลี่ยงการถูกเก็บภาษีในอัตราสูง ส่วนประเด็นการใช้แรงงานภาคบังคับ ได้ชี้แจงไปว่า ไทยไม่ได้นำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานภาคบังคับเลย
         


“มั่นใจในคำชี้แจงของไทย เพราะเราไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ไม่มั่นใจผลการพิจารณาจะออกมาอย่างไร โดยตามกำหนดการพิจารณาของสหรัฐฯ จะเป็นช่วงกลางเดือน พ.ค.2569 และประมาณวันที่ 13 พ.ค.2569 จะเปิดให้ประเทศที่ถูกเปิดไต่สวน ส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมได้อีกครั้ง แต่ก่อนถึงช่วงนั้น ประมาณต้นเดือน พ.ค.2569 ดิฉันจะเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อพบหารือกับ USTR ก่อน จากนั้นช่วงกลางเดือน ก็อาจจะเดินทางไปสหรัฐฯ อีกครั้ง เพื่อแก้ต่างด้วยตัวเอง หรืออาจจะวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ ก็ได้”นางศุภจีกล่าว
         
ทั้งนี้ ภายหลังจากการแก้ต่างในช่วงกลางเดือน พ.ค.2569 แล้ว ตามกำหนด USTR จะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 7 วัน และจะประกาศผลการไต่สวนเลยว่าจะใช้มาตรการใดกับไทย เช่น เก็บภาษีนำเข้า ซึ่งเข้าใจว่า สหรัฐฯจะต้องดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วก่อนที่การเก็บภาษีนำเข้ากับประเทศคู่ค้าที่ 10-15% ภายใต้มาตรา 122 กฎหมายการค้า จะสิ้นสุดเวลาบังคับใช้ 150 วันประมาณวันที่ 24 ก.ค.2569 และเมื่อสิ้นสุดแล้ว จะได้เก็บภาษีภายใต้มาตรา 301 ได้อย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง