กรมเจรจาฯ ตั้งเป้าปีนี้ ปิดดีล 3 FTA เร่งเปิดกรอบใหม่ เดินหน้าแก้ภาษีสหรัฐฯ ต่อ

img

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ตั้งเป้าปิดดีล FTA กับ 3 คู่ค้า ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ภายในปีนี้ เพื่อหาพันธมิตรเพิ่ม สู้ภาษีสหรัฐฯ และรับมือปัญหาโลกป่วน พร้อมเร่งบังคับใช้ 3 FTA ที่ลงนามไปแล้ว ไทย-เอฟตา ไทย-ภูฏาน ไทย-ศรีลังกา และเริ่มเจรจา FTA ใหม่ ไทย-แคนาดา ไทย-บังกลาเทศ สรุปความตกลง DEFA ลุยเจรจา JTC ร่วมมือการค้า ลงทุน และเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และรับมือมาตรา 301 ต่อ     
         
น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ของไทย ในปี 2569 ว่า กรมจะเร่งเดินหน้าผลักดันความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ได้มีการลงนามไปแล้ว 3 ฉบับ ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว โดย FTA ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา) ไทย-ภูฏาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินกระบวนการภายใน โดยตั้งเป้าให้ความตกลงมีผลใช้บังคับภายในวันที่ 1 ม.ค.2570 และไทย-ศรีลังกา ซึ่งในส่วนของไทยดำเนินการภายในเรียบร้อยแล้ว ส่วนศรีลังกาอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการภายในประเทศเพื่อให้ความตกลงมีผลใช้บังคับ
         
สำหรับ FTA ที่อยู่ระหว่างการเจรจา คือ FTA ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ได้ตั้งเป้าให้สามารถสรุปผลได้ภายในปี 2569 โดยไทย-อียู ตกลงกันได้แล้ว 11 ข้อบท จาก 24 ข้อบท และเริ่มเจรจาเรื่องการเปิดตลาด ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน ยิ่งสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทั้งภาษีสหรัฐฯ ภูมิรัฐศาสตร์ ตะวันออกกลาง ก็ต้องเร่งเจรจาให้จบโดยเร็ว ไทย-เกาหลีใต้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะให้สรุปการเจรจาโดยเร็ว และอาเซียน-แคนาดา คุยกันไปแล้ว 17 รอบ ตั้งเป้าจบในปีนี้
         


นอกจากนี้ ยังมี FTA ฉบับใหม่ที่จะเริ่มต้นเปิดการเจรจา เช่น ไทย-แคนาดา ที่ผู้นำสองฝ่ายได้พูดคุยกันไว้ เมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว ก็จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ไทย-บังกลาเทศ กำลังดูความพร้อมของคู่เจรจา และยังมี FTA ฉบับที่อัปเกรดฉบับเดิม เช่น ไทย-เปรู ที่จะเร่งเจรจาในส่วนของการเปิดตลาดที่เหลืออีก 30% ให้จบ อาเซียน-อินเดีย ที่จะอัปเกรดเพิ่มในเรื่องการเปิดตลาด และยังมีการเร่งปิดดีลความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ที่จะเป็นความตกลงฉบับแรกของโลก ที่จะดูเรื่องกฎ ระเบียบ การค้าดิจิทัล ตั้งเป้าจบในเดือน เม.ย.2569 และลงนามความตกลง เดือน พ.ย.2569 ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์
         
น.ส.โชติมากล่าวว่า ในกรอบอาเซียน ได้มีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ไปแล้ว ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของอาเซียนเพื่อตอบสนองต่อพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน โดยจะให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการค้า การลงทุน เพื่อรับมือความผันผวนและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก และให้ความสำคัญกับความร่วมมือในด้านความมั่นคงอาหาร และเพิ่มความร่วมมือด้านพลังงาน เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น
         
ขณะเดียวกัน กรมจะให้ความสำคัญกับการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) กับประเทศคู่ค้า เพื่อขับเคลื่อนการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมาย เช่น ฟิลิปปินส์ เมียนมา สหราชอาณาจักร คาซัคสถาน เกาหลีใต้ และภูฎาน มีแผนผลักดันผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จาก FTA ซึ่งปีนี้เน้นสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ปลา
         
ส่วนการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐฯ แม้ภาษี 19% จะตกไป แต่สหรัฐฯ ยังคงเก็บภาษีที่ 10% จนถึงเดือน ก.ค.2569 ซึ่งไทยยังต้องเจรจากับสหรัฐฯ ต่อ ทั้งประเด็นภาษี และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี รวมถึงการแก้ต่างการเปิดไต่สวนมาตรา 301 ที่สหรัฐฯ กล่าวหาไทยมีกำลังการผลิตเกินกำลัง เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร ยางพารา และนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ เช่น ปลาและน้ำมันปลา อาหารสัตว์ เสื้อผ้า โดยมีคณะทำงานเตรียมการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐฯ ที่จะเข้ามาดูแล และกำหนดส่งความคิดเห็นให้สหรัฐฯ ภายใน 15 เม.ย.นี้ ซึ่งผลสุดท้าย สหรัฐฯ อาจจะขึ้นภาษี หรือไม่ขึ้นก็ได้

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง