RCEP ถกแนวทางรับสมาชิกใหม่ ปรังปรุงความตกลงให้ทันสมัย รับมือค้าโลกผันผวน

img

ไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วม RCEP (RJC) ครั้งแรกของปี 69 พิจารณาแนวทางรับสมาชิกใหม่ กำหนดเดือน พ.ค.นี้ เปิดสัมภาษณ์ประเทศที่สนใจ และให้พิสูจน์ความพร้อมในการเข้าร่วม ก่อนที่สมาชิก 15 ประเทศจะตัดสินใจขั้นสุดท้าย พร้อมหารือการพัฒนาความตกลงให้มีความทันสมัย ให้สิทธิพิเศษเพิ่มขึ้น รับมือโลกเปลี่ยนเร็ว

นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการนำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วม RCEP (RJC) ครั้งแรกของปี 2026 และการประชุมโต๊ะกลมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ว่า ที่ประชุมได้เร่งขับเคลื่อนแผนรับสมาชิกใหม่ในปี 2026 ตามมติของผู้นำ RCEP เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ที่มีเป้าหมายในการขยายตลาดและเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าการค้าในภูมิภาคให้ครอบคลุมและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันสำคัญสำหรับรับมือกับความผันผวนของการค้าโลก และสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนในยามที่โลกกำลังแบ่งขั้ว ทำให้มีความจำเป็นต้องพึ่งพากันในภูมิภาค เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจได้กว้างขึ้น พร้อมเพิ่มพลวัตทางเศรษฐกิจที่จะส่งผลบวกโดยตรงต่อการลงทุน การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับอำนาจต่อรองของ RCEP ในเวทีการค้าโลก

ทั้งนี้ ในส่วนของไทย การขยายสมาชิก มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกตลาดใหม่ที่เข้ามาร่วมหมายถึงคู่ค้าและนักลงทุนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น สินค้าและบริการของไทยจะมีเส้นทางเดินทางใหม่ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี และห่วงโซ่อุปทานของสินค้าไทยจะยิ่งแข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น



“หนึ่งในความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมที่สุดจากการประชุมครั้งนี้ คือ การกำหนดให้เดือน พ.ค.2569 เป็นห้วงเวลาสัมภาษณ์ประเทศผู้สมัครที่ขอเข้าร่วม RCEP โดยกระบวนการนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองและประเมินความพร้อมของผู้สมัคร ก่อนที่สมาชิกปัจจุบันทั้ง 15 ประเทศจะพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย จึงถือเป็นด่านคัดกรองสำคัญที่ผู้สมัครแต่ละรายจะต้องพิสูจน์ตนเองต่อสมาชิกปัจจุบันทั้ง 15 ประเทศ ทั้งในแง่ความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้า มาตรฐานศุลกากร และศักยภาพในการปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลง โดยประเทศผู้สมัครจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเสริมสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจของ RCEP ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับผลประโยชน์” นายธัชชญาน์พลกล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้วางรากฐานสำหรับการทบทวนและปรับปรุงความตกลง RCEP ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อผลักดันการใช้สิทธิพิเศษจาก RCEP ให้มากขึ้น โดยได้เปิดพื้นที่รับฟังความเห็นอย่างจริงจังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนผ่านการประชุมโต๊ะกลม และการรับฟังข้อเสนอแนะจากผลการประชุมวิชาการเรื่องทิศทางในการทบทวนความตกลงฯ กระบวนการนี้สะท้อนเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ RCEP ยังคงเป็นความตกลงที่ไม่หยุดนิ่ง และสามารถส่งเสริมผลประโยชน์ทางการค้าของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง