สนค.เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ก.พ.69 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 หลังประชาชนมีความคาดหวังการเมืองชัดเจน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวฟื้น ส่งออกเติบโต แต่ก็ยังมีความกังลปัญหาค่าครองชีพ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กำลังซื้อชะลอตัว จับตาปัญหาตะวันออกกลางกระทบความเชื่อมั่นในเดือนต่อไป
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือน ก.พ.2569 ที่สำรวจความคิดเห็นจากประชาชนจำนวน 6,623 ราย ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 53.0 จากระดับ 52.6 ในเดือนก่อนหน้า และอยู่ในช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 59.4 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 58.4 ในเดือนก่อนหน้า และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 43.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 43.9 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่นที่ระดับต่ำกว่า 50
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น มีปัจจัยสำคัญมาจากความคาดหวังต่ออนาคตของประชาชน โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นในช่วง 3 เดือนข้างหน้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน เป็นผลจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนเกิดความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมืองที่อาจช่วยให้สถานการณ์เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น รวมถึงความหวังต่อมาตรการและนโยบายของภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป ซึ่งความคาดหวังดังกล่าวจึงกลายเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของประชาชนในช่วงเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวตามฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนและมีแนวโน้มต่อเนื่องจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับมีนโยบายการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐ จะช่วยเพิ่มรายได้และการจ้างงานในประเทศ และการส่งออกยังเติบโตได้ต่อเนื่องในระดับสูง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสินค้าเกษตรกลุ่มอาหารและผลไม้เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันที่ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงเป็นความกังวลหลักของประชาชน และส่งผลต่อความเชื่อมั่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนปัจจัยด้านเศรษฐกิจไทยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 49.01 จาก 45.08 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาภาระค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร และต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่ปรับเพิ่มขึ้น ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่เพิ่มขึ้นในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ และยังมีการชะลอตัวของกำลังซื้อของประชาชนที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคธุรกิจ ทำให้หลายภาคส่วนของเศรษฐกิจต้องเผชิญแรงกดดันที่มากยิ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนผลกระทบจากความขัดแย้งและความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระดับสูง ผ่านความกังวลต่อสถานการณ์การค้าโลก ความมั่นคง ราคาสินค้า และราคาพลังงาน ซึ่งมีแนวโน้มก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ จึงจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

