​“พาณิชย์”เคาะ 6 มาตรการ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง เข้มดูแลสินค้า ช่วยผู้ส่งออก

img

“พาณิชย์”ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง ด้านการค้ามีผลกระทบไม่มาก ไทยส่งออกไปคู่ขัดแย้งสัดส่วน 3.67% ของยอดส่งออกรวม ยังไม่พบสัญญาณยกเลิกหรือชะลอคำสั่งซื้อ แต่ด้านพลังงาน ค่าขนส่งมีแน่ เตรียม 6 มาตรการรับมือ กำกับดูแลสินค้า หากแหล่งวัตถุดิบสำรอง ช่วยผู้ส่งออกบริหารโลจิสติกส์ ประสานสายเรือ มอบทูตพาณิชย์เกาะติดสถานการณ์ และวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อ
         
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พบว่า ผลกระทบด้านการค้ามีไม่มาก เพราะไทยมีสัดส่วนการค้าโดยตรงกับประเทศคู่ขัดแย้งไม่สูง โดยในปี 2568 ไทยส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางมูลค่า 12,475.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 3.67% ของมูลค่าการส่งออกรวม จึงยังไม่พบสัญญาณการยกเลิกหรือชะลอคำสั่งซื้อในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ แต่มีผลกระทบด้านราคาพลังงาน และการขนส่งสินค้าทางเรือที่ต้องผ่านเส้นทางหลักในภูมิภาคดังกล่าว
         
ทั้งนี้ ในด้านราคาพลังงานในตลาดโลก มีแนวโน้มผันผวน ซึ่งอาจส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งในระยะถัดไป ส่วนการขนส่งกำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยและข้อจำกัดด้านเส้นทางเดินเรือ ได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าทางเรือโดยตรง ทำให้สายเรือหลายรายต้องปรับเส้นทางเดินเรือ เพิ่มระยะเวลาเดินทาง ส่งผลให้ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และต้นทุนโลจิสติกส์ปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งยังเกิดความตึงตัวของตู้คอนเทนเนอร์และตารางเรือในบางเส้นทาง ซึ่งกระทบต่อผู้ส่งออกไทย
         


ดังนั้น เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรการเชิงรุก 6 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.การบริหารจัดการราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส กำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด ป้องกันการกักตุนหรือปรับขึ้นราคาเกินสมควร พร้อมติดตามการส่งผ่านต้นทุนพลังงานสู่ราคาสินค้า
         
2.การจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง ประสานผู้นำเข้าสำรวจสต็อกและกระจายความเสี่ยงไปยังแหล่งนำเข้านอกพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสนับสนุนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากขึ้น
         
3.การสนับสนุนผู้ส่งออกและบริหารจัดการโลจิสติกส์ร่วมกับภาคเอกชน โดยประเมินผลกระทบค่าระวางเรือและค่าประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น ให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการบริหารต้นทุน การปรับเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า และการกระจายตลาดเพื่อลดความเสี่ยง
         
4.การประสานงานใกล้ชิดกับสายเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยติดตามสถานการณ์เส้นทางเดินเรือ ความแออัดของท่าเรือ และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อประเมินผลต่อโครงสร้างต้นทุนการส่งออก
         
5.การขับเคลื่อนบทบาทเชิงรุกของทูตพาณิชย์ ได้มอบหมายให้รายงานสถานการณ์การค้า ความเชื่อมั่นผู้นำเข้า และมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำผู้ประกอบการไทยในการบริหารความเสี่ยง
         
6.การวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเสถียรภาพราคา ประเมินผลจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างต้นทุนและมูลค่าการส่งออก เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างตรงจุดและทันท่วงที
         
“รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนรองรับ ทั้งการดูแลราคาสินค้า การบริหารจัดการต้นทุน และการสนับสนุนผู้ส่งออกให้สามารถรักษาตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยจะทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการค้าไทยในช่วงสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยผู้ประกอบการสามารถขอรับคำปรึกษาและติดตามข้อมูลสถานการณ์การส่งออกเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1169”นางศุภจีกล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง