​เปิดโครงสร้างส่งออกปี 68 พบ 3 ตลาด สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยึดส่วนแบ่งรวม 40%

img

สนค.วิเคราะห์โครงสร้างการส่งออกของไทยในปี 68 พบตลาดสำคัญ 5 ตลาด มีสัดส่วนรวม 48.6% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด เฉพาะสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น มีสัดส่วน 40% ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญ 35 รายการ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เติบโตสูง จากการปรับตัวไปสู่การผลิตสินค้าเทคโนโลยีสมัยใหม่ แนะแนวทางรับมือภูมิรัฐศาสตร์ ต้องขยายตลาดใหม่ เพิ่มสินค้าให้หลากหลาย เร่งเจรจา FTA  
         
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.ได้วิเคราะห์โครงสร้างการส่งออกของไทยในปี 2568 พบว่า ตลาดสำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และมาเลเซีย มีสัดส่วนรวม 48.6% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 38.8% ในปี 2559 และเฉพาะ 3 อันดับแรก มีสัดส่วนเพิ่มจาก 31.9% เป็น 40.0% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไทยพึ่งพาตลาดหลัก ๆ อยู่เพียงไม่กี่ตลาด จำเป็นต้องดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับมือการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ (Extreme Polarization) และสร้างความยืดหยุ่นและยกระดับโครงสร้างเชิงโครงสร้างของการส่งออก
         
ทั้งนี้ ในส่วนของการส่งออกสินค้าสำคัญ 35 รายการ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม อาทิ เครื่องจักรกล ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มีการเติบโตสูง มูลค่าส่งออกในปี 2568 สูงถึง 40,103.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 11.8% ของการส่งออกทั้งหมด และมีตลาดหลักใน 5 ประเทศข้างต้น สูง
ถึง 77% และสหรัฐฯ เป็นตลาดที่สำคัญกว่าครึ่งของมูลค่าทั้งหมด ซึ่งสะท้อนการปรับตัวสู่การผลิตสินค้าเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ก็มีความเสี่ยง หากมีการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรการทางการค้า
         


นายนันทพงษ์กล่าวว่า ในยุคการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันให้กำหนดจุดยืนเชิงนโยบายท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งส่งผลให้พื้นที่เชิงนโยบาย (policy space) มีแนวโน้มต้องการการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์มากขึ้น การเข้าถึงเทคโนโลยี เงินทุน และตลาดระหว่างประเทศ จึงเป็นโอกาสที่ต้องสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ การบริหารความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจึงต้องอาศัยความสมดุลและความรอบคอบมากกว่าที่ผ่านมา

โดยภายใต้บริบทดังกล่าว ไทยจำเป็นต้องดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและยกระดับโครงสร้างเชิงโครงสร้างของการส่งออก โดยมุ่งขยายโอกาสทั้งด้านตลาดและสินค้าให้หลากหลาย สร้างความเชื่อมโยงกับตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ พร้อมยกระดับมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่การผลิตและส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานและขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมอนาคต และควรเร่งเจรจาและใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมติดตามและประเมินโอกาสจากพลวัตมาตรการทางการค้าและการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาดุลยภาพทางเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจ และทำให้การส่งออกยังคงเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว
         
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนมูลค่าการส่งออกต่อ GDP ของไทย เพิ่มจาก 67.1% ในปี 2559 เป็น 71.2% ในปี 2568 แสดงว่าการส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย ขณะที่การนำเข้า สอดคล้องกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น โดยนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระดับสูง ทำให้ฐานเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง