​DITP ชี้เป้าส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงขายตลาดจีน ย้ำเน้นคุณภาพและมาตรฐาน

img

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดสัตว์เลี้ยงและธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในจีน พบมีแนวโน้มขยายตัวสูงตามความต้องการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้น เผยแม้อุตสาหกรรมการผลิตของจีนจะขยายตัว ทั้งการมีแบรนด์ของตัวเอง มุ่งสู่อัจฉริยะ รวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ และเริ่มส่งออก แต่สินค้าไทยมีโอกาสเจาะเข้าสู่ตลาด ย้ำเข้มคุณภาพและมาตรฐาน จะทำให้ยังคงเจาะเข้าตลาดจีนได้
         
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายนิติ ปทุมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการสำรวจตลาดสัตว์เลี้ยง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในจีน รวมถึงโอกาสในการส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยเข้าสู่ตลาดจีน เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ชาวจีนนิยมเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น
         
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานผลสำรวจว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา จีนมีสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) มากกว่า 140 ล้านตัว มูลค่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงมากกว่า 811,400 ล้านหยวน โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีสัดส่วนสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.2 อันดับสองเป็นธุรกิจการแพทย์สำหรับสัตว์เลี้ยงคิดเป็นร้อยละ 28.5 ของใช้ในชีวิตประจำวันคิดเป็นร้อยละ 12.5 และธุรกิจบริการคิดเป็นร้อยละ 6.8
         


ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของจีน แม้จะเริ่มต้นช้าแต่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากยุคแรกเป็นการรับจ้างการผลิต พัฒนาสู่การสร้างแบรนด์และนวัตกรรมด้วยตนเอง ทำให้ปัจจุบันอุตสาหกรรมได้แสดงแนวโน้มใหม่ 4 ประการหลัก ได้แก่ 1.อาหารสัตว์เลี้ยงก้าวสู่ความเป็นแบรนด์ 2.สินค้าสัตว์เลี้ยงมุ่งสู่ความอัจฉริยะ 3.การพัฒนาอุตสาหกรรมรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ และ 4.แบรนด์ท้องถิ่นเร่งขยายสู่ตลาดสากล
         
น.ส.สุนันทากล่าวว่า ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงจีนเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง และมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็เผชิญกับความท้าทายมากมาย บริษัทบางส่วนเน้นผลิตภัณฑ์สินค้าระดับกลางถึงล่าง ขาดการลงทุนในการวิจัยเทคโนโลยีหลัก ต้องพึ่งพาการนำเข้า ขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง ผลิตภัณฑ์ไม่มีความแตกต่าง และข้อมูลโฆษณาออนไลน์ที่ไม่ดียังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาตลาดและยกระดับของธุรกิจ โดยมีผู้บริโภคบางส่วนสะท้อนว่า การเลือกอาหารสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมต้องศึกษารายการส่วนประกอบอย่างละเอียด ตรวจสอบรายงานการทดสอบ และเปรียบเทียบราคา เพื่อจัดซื้อสินค้าที่คุณภาพดี
         
“จากแนวโน้มดังกล่าว ผู้บริโภคจีนจึงนิยมซื้อแบรนด์ที่มีมาตรฐานชัดเจนได้รับการรับรองและมีระบบสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ระดับกลางถึงบน ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสของแบรนด์ต่างประเทศในตลาดจีน โดยผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์ส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงมายังตลาดจีน ควรให้ความสำคัญในด้านคุณภาพตามมาตรฐานของธุรกิจสัตว์เลี้ยงในตลาดจีน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการในตลาดจีน จะทำให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน”น.ส.สุนันทากล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง